วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม

จดหมายข่าว “ประชาคมวิจัย” ที่มีมาต่อเนื่องยาวนานไม่ได้หายไปไหน หากแต่เราเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหาสาระและปรับเปลี่ยนเป็น “วารสารองค์กร” ที่เน้นเนื้อหาการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจใหม่ขององค์กรที่ยกระดับสู่การมองเชิงระบบของประเทศ ภายใต้ชื่อวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TSRI Research and Innovation Society” โดยจะพบกับท่านผู้อ่านทุก 3 เดือน

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 4

บรรณาธิการแถลง : ขวัญลดา จันทร์ทรงกลด รักษาการรองผู้อำนวยการหน่วยข้อมูลและสำนักงานผู้อำนวยการ ด้านยุทธศาสตร์การสื่อสาร สกสว. สวัสดีท่านผู้อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมทุกท่านค่ะ สังเกตว่าระยะนี้ฝนตกค่อนข้างมาก แต่เริ่มเปลี่ยนแนว เลิกเป็น “ฝนเวลาราชการ” คือ ตกตอนเช้า ๆ แล้วก็หยุด แล้วพอใกล้จะเลิกงานก็ตกอีกรอบ แบบที่เคยเป็นมา ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบนั้นจริงไหม หรือเป็นเพราะความที่ช่วงนี้ WFH กันเป็นล่ำเป็นสันมากขึ้น จนทำให้ไม่ว่าฝนจะตกเวลาไหนก็อยู่บ้านอยู่ดี เป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมกับยุคโควิดเป็นดังนี้แล้ว ธีมหลักของวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 4 ประจำเดือนกรกฎาคม - กันยายน 2564 นี้ จึงขอนำเรื่องเกี่ยวกับโควิด 19 ในหลาย ๆ มุมมาแบ่งปันค่ะ เริ่มต้นด้วยการย้อนเวลาไปยุคอารยธรรมโบราณ เพื่อศึกษาว่าโรคระบาดในแต่ละสมัยนั้นนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่โลกอย่างไรบ้าง และเมื่อมาถึงวันนี้ ประเทศไทยได้มีกรอบสังเคราะห์งานวิจัยในประเด็น COVID-19 อย่างไร แล้วในส่วนของกองทุนส่งเสริม ววน. เองนั้น มีการนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตโควิด 19 อย่างไรบ้าง นอกจากนี้ กอง บก. ยังขอนำเสนอมุมมองทางด้านสังคมศาสตร์ ว่าด้วยเรื่องภาษากับโควิด มาเพิ่มเติมความครบถ้วนของคอลัมน์ Highlight ฉบับนี้ ในคอลัมน์ประจำอื่น ๆ ก็มีเรื่องราวน่าสนใจมาเล่าสู่เช่นเคยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น That’s Good ว่าด้วยเรื่องของ REE หรือธาตุหายาก จะใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนได้อย่างไร หรือมาชวนตั้งคำถามว่า โควิด จะถือเป็นภัยร้ายแรงที่สุดต่อมนุษย์หรือไม่ ใน For The Future และใน Story Touring ก็พาผู้อ่านออนทัวร์ลงไปภูเก็ต เพื่อถ่ายทอดว่า กองทุน ววน. นั้นได้มีการหนุนการท่องเที่ยวไทยอย่างไรบ้าง ในการที่จะรับมือกับโควิด ส่วน Community Networking ก็มีข่าวสารน่ารู้จากสามหน่วยงานอย่าง หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มาบอกเล่าถึงความก้าวหน้าในแต่ละด้านที่ต่างรับผิดชอบดูแลอยู่ และปิดท้ายด้วยคอลัมน์ Subscribe-Like-Share โดยในฉบับนี้เราได้รับเกียรติจาก รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. มาแบ่งปันมุมหนึ่งของชีวิตที่คำว่า Balance ถือเป็นเรื่องสำคัญ จะเป็นสิ่งใดนั้นที่สามารถ Share ให้ท่านผู้อ่านรู้สึกว่า Like และอยากจะ Subscribe บ้าง ขอเชิญติดตามในเล่มค่ะ สุดท้ายค่ะ เรื่องใหม่ ๆ ที่นำมาบรรจุไว้ในฉบับนี้มีด้วยกันถึงสองเรื่องค่ะ เรื่องแรกนั้น ท่านผู้อ่านอาจจะพอสังเกตได้ตั้งแต่หน้าปกแล้ว ว่า สกสว. ได้เปลี่ยนมาใช้โลโก้ใหม่โดยจะมีที่มาที่ไปอย่างไรนั้น กอง บก. ได้สรุปมาเล่าให้ฟังในคอลัมน์ TSRI’s Story ค่ะ และอีกเรื่องนั้นก็คือคอลัมน์น้องใหม่ TSRI Voices ที่จะเป็นพื้นที่อิสระ โดยในครั้งนี้บุคลากรจาก สกสว. ก็ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปัน ร่วมรับรู้ความรู้สึก ตลอดจนเป็นกำลังใจให้กันและกัน เพราะเราเชื่อว่าในเวลาอย่างนี้ ที่ทุกคนล้วนแต่พบความเปลี่ยนแปลง และตามมาด้วยความเครียด บ้างมาก บ้างน้อย แต่ก็ยังไม่ท้อกับการปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบของตน กำลังใจแม้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หยิบยื่นให้กันย่อมให้ผลดีต่อใจอย่างแน่นอนค่ะ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมฉบับ E-book ได้ ที่นี่

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 3

บรรณาธิการแถลง : ขวัญลดา จันทร์ทรงกลด สวัสดีค่ะ พบกันอีกครั้งสำหรับวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 ประจำเดือนเมษายน – มิถุนายน 2564 ค่ะ ในช่วงเวลาที่น่าจะร้อนที่สุดของปีสำหรับประเทศไทยแบบนี้ เราก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจภายใต้ธีมที่ฮอตฮิตไม่แพ้กันอย่าง Research to Market มานำเสนอในแง่มุมต่างๆ โดยตั้งต้นตั้งแต่มุมมองของหน่วยวางนโยบาย เรื่อยไปจนถึงภาคเอกชน เพื่อให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้จนเกิดประโยชน์ งานวิจัย ทำไปแล้วได้อะไร? วิจัยแล้วก็วางไว้บนหิ้ง.. จริงหรือไม่? คำถามเหล่านี้เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านเคยได้ยินกันมาแล้ว และแม้จะเป็นคนในแวดวงการวิจัยเอง ในบางครั้งก็ยังอาจจะมีความลังเลสงสัยเกิดขึ้นในใจเช่นกัน ทีมกองบรรณาธิการ ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม จึงรับหน้าที่คลายความสงสัยของทุกท่าน โดยเริ่มจากบทสัมภาษณ์พิเศษของตัวแทนจาก 3 ภาคส่วน อันได้แก่ สกสว. - รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. PMU - รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการ บพข. และ ภาคเอกชน - นายวนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ที่ปรึกษา กสว. และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) สำหรับคอลัมน์ประจำอื่นๆ ก็อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่หลากหลาย เริ่มตั้งแต่ That’s Good สาระวิชาการทางวิทยาศาสตร์ ที่ไม่เพียงแต่พาเรามองไปข้างหน้า แต่ยังนำประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องมาเล่าร้อยอย่างสนุกสนาน ผ่านสตอรี่ของ “มะเขือเทศป่าถึงมะเขือเทศ GMO” คอลัมน์ For The Future มาชวนคิดถึงประเด็นคลาสสิกที่ว่า “เลือกเกิดไม่ได้ แล้วเลือกเป็นได้แค่ไหน?” ซึ่งเมื่อพูดถึงประเด็นนี้อาจจะนึกถึงแง่มุมของศาสนา ปรัชญา และวัฒนธรรมนำมาก่อน แล้วถ้าในมุมของวิทยาศาสตร์ล่ะ? จะมีคำตอบอย่างไรต้องไปติดตาม ส่วนคอลัมน์ Ignite by Innovation ก็มีงานวิจัยที่แปลกใหม่และชวนให้อมยิ้มอย่างเรื่อง “กุ้งแปลงเพศ” มาเล่าสู่กันฟัง และปิดท้ายที่การไปร่วมสังเกตการณ์ การประชุม ระดมความเห็นกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ “พลิกโฉมประเทศไทยไปสู่ เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน” มีหมุดหมายที่สำคัญอะไรบ้างนั้นติดตามได้อย่างครบถ้วนในคอลัมน์ Story Touring ค่ะ สำหรับคอลัมน์ Community Networking ในฉบับนี้ กองบรรณาธิการขอแนะนำให้รู้จักกับ Innovative House กองกำลังสำคัญที่มีภารกิจในการสนับสนุน SME ไทย และ Tech2Biz แพลตฟอร์มจับคู่แนวใหม่ที่น่าจะได้ใจนักวิจัยและผู้ประกอบการ รวมไปถึงข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์จาก คุณปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม (NIA) ที่มีต่อการ “ขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมสู่การพัฒนาประเทศ” และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือคอลัมน์ใหม่ล่าสุด Subscribe – Like – Share พื้นที่สบายๆ สำหรับแลกเปลี่ยนเรื่องราวจากผู้คนในเครือข่าย ววน. โดยฉบับนี้ขอประเดิมกันที่หนังสือเล่มโปรดของ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. จะเป็นเรื่องใดนั้น อยากให้ทุกท่านลองพลิกไปอ่าน อาจจะตรงใจเป็นเล่มเดียวกัน หรืออาจจะจุดประกายให้ไปหามาอ่านบ้างก็เป็นได้ หวังว่าผู้อ่านจะได้รับสาระและประโยชน์จากวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมอย่างเต็มอิ่ม และร่วมมือร่วมใจพัฒนาไปสู่สังคมฐานความรู้ร่วมกับชาว สกสว. ต่อไป และขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งในการที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งยุคโควิดไปด้วยกัน .. ไม่ประมาท การ์ดอย่าตกนะคะ ขอบพระคุณค่ะ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมฉบับ E-book ได้ ที่นี่

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 2

บรรณาธิการแถลง : อมรรัฏค์ เจริญโชติธรรม สวัสดีค่ะ ชาวประชาคมวิจัยและหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม พบกันอีกครั้งสำหรับ วารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” โฉมใหม่ ในปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (มกราคม - มีนาคม 2564) กับธีม “สร้างองค์ความรู้....สู่เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า” หรือที่ในแวดวงวิจัยรู้จักกันดีในชื่อ Frontier Research และแน่นอนว่าเรามีเรื่องราว ความรู้ ที่น่าสนใจมานำเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบความเคลื่อนไหวในแวดวงวิจัย ตลอดจนแผนยุทธศาสตร์และการจัดสรรงบประมาณการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Frontier Research พิเศษสำหรับฉบับนี้ เปิดตัวด้วยบทสัมภาษณ์ ดร.กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ที่จะทำให้เข้าใจถึง Frontier Research ของประเทศกับทิศทางการลงทุนด้านการวิจัยขั้นแนวหน้า ตามติดด้วยบทความเชิงวิชาการที่สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของงานวิจัยขั้นแนวหน้า หรือ Frontier Research ในไทยและต่างประเทศ จากบทความเรื่อง “กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เวบบ์ ที่ใหญ่ที่สุดและทรงประสิทธิภาพที่สุดในประวัติศาสตร์” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุทัศน์ ยกส้าน บทความเรื่อง “5 เทคโนโลยีแห่งอนาคต: อัปเดต” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล และบทความเรื่อง “นาโนคาร์บอน...วัสดุขั้นสูงเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ที่พลาดไม่ได้เลยกับความเคลื่อนไหวของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้ผู้นำทัพคนใหม่ในการขับเคลื่อนระบบ ววน. ของท่านผู้อำนวยการ รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ซึ่งมีทีมบริหารใหม่พร้อมกับการปรับโครงสร้างองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานที่ท้าทาย กับบทสัมภาษณ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์เชิญโชค สอนขวัญ รองผู้อำนวยการด้านการบริหารและพัฒนาองค์กร ติดตามอ่านได้ในบทสัมภาษณ์เรื่อง “ปฏิรูปโครงสร้าง สกสว. เพื่อส่งมอบคุณค่าให้ระบบ ววน. ของประเทศ” หวังว่าท่านผู้อ่านคงได้รับสารประโยชน์จากวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ฉบับนี้อย่างเต็มอิ่ม และร่วมพัฒนาไปสู่สังคมฐานความรู้ ร่วมกับชาว สกสว. ต่อไปนะคะ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ในรูปแบบ E-Book

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 1

สัมภาษณ์พิเศษ โดย ขวัญชนก ลีลาวณิชไชย ศาสตร์ และ ศิลป์ ของนักคิด นักวิจัย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “ความเจริญก้าวหน้าของประเทศที่เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางสังคมให้มองเป็นเรื่องปกติ” เป็นคำปรารภช่วงปิดท้ายบทสนทนาที่ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ได้เปิดโอกาสให้พวกเรามาเยือนในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ จากการรับฟังมุมมองของท่านในฐานะที่เคยเป็นนักวิจัย นักวิชาการที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐมนตรีที่ชื่นชอบการลงพื้นที่จริง มีแนวคิดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าอยากทำนุบำรุงศิลปวิทยาการทุกด้าน และ อว. ไม่ควรเป็นแค่กระทรวงด้านอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่อยากเห็นเป็นกระทรวงแห่งศิลปวิทยาการด้วย...“นักคิด” วัย 66 ปีที่ผ่านประสบการณ์การเดินทางทั้งในและต่างประเทศมาแล้วทั่วโลก มีวิธีคิดที่ผสานความเป็น “ศาสตร์และศิลป์” อย่างไรบ้างผ่านนโยบายการทำงานในฐานะที่ต้องดูแลกระทรวง อว. กระทรวงใหม่ของประเทศนี้ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมฉบับ E-book ได้ ที่นี่

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 1 ฉบับที่ 3

บรรณาธิการแถลง : อมรรัฏค์ เจริญโชติธรรม สวัสดีค่ะ ชาวประชาคมวิจัยและหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม วารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - กันยายน 63) นี้ เรามีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมานำเสนอให้ผู้อ่านได้รับความรู้และทราบความเคลื่อนไหวในแวดวงวิจัยหลายเรื่องราว ฉบับนี้ธีมหลัก คือ “ออกแบบแผน(ที่)วิจัย...ประเทศไทยไปทางไหนดี?” เป็นคำถามที่ได้นักวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายท่านจะมาร่วมให้แนวทางคำตอบในคอลัมน์ต่างๆ อาทิ คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ “ปักหมุด...เส้นทางหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง” ที่สะท้อนทัศนะของผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ที่คร่ำหวอดในวงการวิจัยไทย ได้แก่ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ ศ. ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา รศ. ดร.ศิริเดช บุญแสง และ รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ซึ่งท่านได้กล่าวถึงทิศทางงานวิจัยในแต่ละด้านที่กำลังดำเนินไปข้างหน้าและปลายทางจะเป็นอย่างไร คอลัมน์ สัญญาณอนาคต สู่การขับเคลื่อนระบบวิจัยไทย เป็นบทสัมภาษณ์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการภารกิจการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และกรอบงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ดร.ปุ่น ได้ฉายภาพวิธีการวางเป้าหมายที่ต้องทำในการขับเคลื่อนเชิงระบบและเชื่อมโยงระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่เรียกว่า “STEEP” จะเป็นอย่างไร...ห้ามพลาดค่ะ คอลัมน์ประจำอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาด That’s good สาระเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่ายในเล่มนี้ นำเสนอเรื่อง “กา : นกที่มี IQ ระดับสุดยอด” คอลัมน์ For The Future : ทฤษฎีใหม่ ดีเอ็นเอ ไม่ใช่ ‘พิมพ์เขียว’ ของชีวิต คอลัมน์ Ignite by Innovation ฉบับนี้ห้ามพลาดกับเรื่อง “เอ็นอาร์ไอไอเอส (NRIIS) ระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ” คอลัมน์ Story touring ในเรื่อง “วิจัยแก้จน ดัน ‘โคราชโมเดล’ สู่ ‘อีสาน 4.0’” ปิดท้ายด้วยคอลัมน์ Community Networking ที่จะพาผู้อ่านไปรู้จักหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยฉบับนี้จะพาไปทำความรู้จัก 4 หน่วยงานที่สำคัญ ได้แก่ อพวช. หรือ “องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตชั้นนำในอาเซียน และอีกหน่วยงานหนึ่งคือ สดร. หรือ สถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แค่เกริ่นชื่อเรื่องในคอลัมน์ต่างๆ ก็ยิ่งน่าติดตามนะคะ หวังว่าท่านผู้อ่านคงได้รับสาระประโยชน์จากวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ฉบับนี้อย่างเต็มอิ่มและร่วมพัฒนาไปสู่สังคมฐานความรู้ร่วมกับชาว สกสว. ต่อไป อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ในรูปแบบ E-Book

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 1 ฉบับที่ 2

บรรณาธิการแถลง : อมรรัฏค์ เจริญโชติธรรม สวัสดีค่ะ ชาวประชาคมวิจัยและหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม วารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TSRI Research and Innovation Society” โฉมใหม่ ฉบับนี้เป็นฉบับที่ 2 (เมษายน - มิถุนายน) เรามีเรื่องราวดีๆ มานำเสนอให้ผู้อ่านได้รับความรู้และทราบความเคลื่อนไหวในแวดวงวิจัยหลากหลายเรื่องราว ธีมหลักของฉบับนี้เราเกาะกระแสโลกไปกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องและส่งผลกระทบกับคนทั้งโลก นั่นคือ Covid-19 วารสารประชาคมวิจัยฉบับนี้จึงนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ภายใต้ชื่อ “บริหารจัดการงบประมาณสำหรับเรื่องเร่งด่วนของประเทศ Covid-19” เนื้อหาสาระดีๆ ที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับชาวประชาคมวิจัย ประกอบด้วยบทสัมภาษณ์จาก ศ. นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง “วิกฤต คือ โอกาส...บทพิสูจน์หลังรีโนเวทครั้งใหญ่...ระบบวิจัยไทย” ซึ่งท่านได้สะท้อนมุมมองถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณของประเทศในกรณีเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องอาศัยการวิจัยและการพัฒนาอย่างเร่งด่วนกับเหตุการณ์การระบาดของ Covid-19 ตลอดจนการนำผลการวิจัยและพัฒนามาผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับโรคนี้อย่างเร่งด่วน ซึ่งกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (TSRI FUND) ต้องสามารถยืดหยุ่นในการจัดสรรงบประมาณในสถานการณ์เช่นนี้ได้ ตามมาติดๆ ด้วยบทสัมภาษณ์ รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล รองผู้อำนวยการด้านนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ สกสว. ในเรื่อง “สกสว. เสนอโปรแกรมที่ 17 แก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ” ได้เล่าให้ทราบถึงการปรับนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยการเพิ่มโปรแกรมที่ 17 จากเดิมที่มี 16 โปรแกรม เพื่อรองรับปัญหาในเหตุการณ์วิกฤต Covid-19 โดยมีกระบวนการออกแบบการทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับเครือข่ายภาคีประชาคมวิจัย และหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย (PMU) เพื่อร่วมกันกำหนดแผนและกรอบการทำงานภายใต้โจทย์วิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อกล่าวถึงการกำหนดแผน นโยบายในการวิจัยและพัฒนาแล้ว ที่ขาดไม่ได้เลยที่ต้องกล่าวถึงควบคู่ไปคือ “การจัดสรรงบประมาณ” ซึ่งท่านผู้อ่านติดตามจากบทสัมภาษณ์เรื่อง “ออกแบบการจัดสรรงบวิจัย รับสถานการณ์วิกฤต” โดย ศ. ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง รองผู้อำนวยการด้านการบริหารงบประมาณ สกสว. ซึ่งจะมาเฉลยว่าทำไมประเทศต้องลงทุนกับงานวิจัย อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ในรูปแบบ E-Book

จดหมายข่าวประชาคมวิจัย

จดหมายข่าวราย 2 เดือนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบให้แก่ กลุ่มนักวิจัย นักวิชาการ นักศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป รวมถึงผู้สนใจทั่วไปได้รับทราบความเคลื่อนไหวของงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว.

Vol 24

ปี 2561

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 140

ประชาคมวิจัยฉบับที่ 140 ว่าด้วยเรื่องเซนเซอร์ หรือตัวบ่งชี้ทั้งทางเคมีและชีวภาพเป้าหมายของการพัฒนาเซนเซอร์เพื่อใช้ประโยชน์มีหลากหลาย ทั้งด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต การตรวจสอบติดตามเชื้อและโรค ความปลอดภัยอาหาร เป็นองค์ประกอบใน precision agriculture การพัฒนานวัตกรรมสู่การพาณิชย์ที่เราคาดไม่ถึงอีกมากมาย ตัวอย่างผลงานวิจัยด้านสุขภาพ อาทิ การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์โรคเบาหวานรูปแบบใหม่ 3 แบบ การประดิษฐ์เซนเซอร์เคมีบนผ้าประเภทวัสดุผสมพอลิเมอร์และท่อนาโนคาร์บอนให้เป็นเทคโนโลยีการวัดกลิ่นที่สวมใส่ได้ สามารถใช้ประเมินสุขภาพของผู้สวมใส่ และติดตามการเปลี่ยนแปลงที่อาจมีต้นตอมาจากภาวะเกิดโรค การตรวจวัดปริมาณไบโอเจนิกเอมีนที่มีความสัมพันธ์กับโรคพาร์กินสันที่พัฒนาโมเลกุลเซนเซอร์ที่ตรวจวัดโมเลกุลสารเคมีได้ด้วยตาเปล่า นำมาตรึงบนวัสดุที่เหมาะสมเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการใช้งานทั้งในถิ่นทุรกันดาร หรือผู้ป่วยสามารถใช้ตรวจติดตามปริมาณสารบ่งชี้ได้ด้วยตนเอง อีกผลงานเป็นการเสริมคุณภาพชีวิตของผู้พิการ โดยใช้ระบบเซนเซอร์ร่วมกับระบบควบคุมอัตโนมัติและเครื่องพิมพ์สามมิติ สร้างมือเทียมที่ขยับได้ด้วยสัญญาณจากตัวผู้พิการ ด้านเกษตร มีการพัฒนาระบบเซนเซอร์ทางเคมีเพื่อวิเคราะห์ธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปตัสเซียมในดิน โดยใช้ระบบการวัดความเปลี่ยนแปลงของสีกับการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางไฟฟ้า จากพื้นที่ของเกษตรกรส่งสัญญาณสู่ระบบคลาวด์ ผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์และให้คำแนะนำได้ทันทีผ่านระบบ IoT ที่กำลังพัฒนา ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของการใช้หลักการนาโนเทคโนโลยีที่ต้องหาวัสดุที่มีความแม่นยำ สูงในการตรวจวัด พัฒนาต่อเนื่องจนเป็นจมูกอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการแยกกลิ่นแทนมนุษย์ การพัฒนา Lab-on-a-chip เป็นครั้งแรกในโลก การพัฒนาเซนเซอร์ชีวภาพและวัสดุคาร์บอน ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบตรวจวัดอะฟลาทอกซินของเชื้อราซึ่งเป็นปัญหาจริงทั้งมนุษย์และสัตว์ การตรวจวัดเชื้ออหิวาตกโรค วัณโรคดื้อยา การพัฒนาการเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมการแพทย์ เกษตร อาหาร ดิจิทัล IoT รวมทั้งเสนอมุมมองต่อการปรับตัวของหน่วยงานวิจัยในประเทศที่ต้องทำระดับ frontier research มุ่งสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆ มีศูนย์เฉพาะทางให้มาก…ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้เท่าทันในภูมิทัศน์วิจัยของโลกค่ะ (พระ) คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา…ในโอกาสเดือนแห่งวันแม่ 12 สิงหาคม ศ.เกียรติคุณนทีทิพย์ กฤษณามระ กรุณาให้บทความ “ฮอร์โมนแห่งการเสียสละของแม่” พาเราไปรู้จักโปรแลคติน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งสัญญาณให้สลายกระดูกเพื่อปล่อยแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือดไปสร้างนํ้านม ในกรณีที่แม่ได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ ติดตามรายละเอียดในเล่มค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Vol 24

ปี 2561

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 139

เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งค่ะ ประชาคมวิจัยฉบับผลงานเด่น สกว. นำเสนอ 14 ผลงานที่ได้รับรางวัลผลงานวิจัยเด่นประจำปี 2560 ด้านนโยบาย 4 ผลงาน ด้านพาณิชย์ 2 ผลงาน ด้านชุมชนและพื้นที่ 4 ผลงาน และด้านวิชาการ 4 ผลงาน ผลงานทั้ง 14 รายการ ฉายภาพจุดเน้นที่ สกว. ให้ความสำคัญกับคน สังคม และนวัตกรรม ในมิติต่างๆ ดังปรากฏในบทสรุปที่ต้องหยิบยกสาระสำคัญโดยย่อดังนี้ …ปรับใช้ได้จริงในระดับเกษตรกรและผู้ประกอบการ… …ผู้เสียภาษีจริงมีไม่ถึงร้อยละ 10…ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยจึงยังไม่เป็นธรรม… …มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่ไว้วางใจและต้องการของผู้บริโภค… …การทุจริตในภาครัฐซึ่งทวีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้นแท้จริงแล้วคือ การทุจริตที่มีลักษณะซ่อนเร้นโดยผู้ใช้อำนาจทางการเมืองระดับสูงกำหนดนโยบายที่แยบยล… …ผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจว่าการร่วมทุนวิจัยไม่ใช่เป็นการซื้อวิธีการหรือเครื่องจักรจากนักวิจัย แต่เป็นการร่วมทุนเพื่อวิจัยหาแนวทางแก้ปัญหา… …นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะชีวิตประเมินเป็นมูลค่าไม่ได้… …การลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำจากนโยบาย สู่คุณภาพชีวิตคนพิการแนวใหม่… …การสร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ให้กับทีมนักวิจัยชาวประมงพื้นบ้านปัตตานีที่ให้ความสำคัญกับการมองระบบเศรษฐกิจตั้งแต่คนจับปลา ผู้กระจายสินค้า ถึงผู้บริโภค… …การเปลี่ยนการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาปลูกพืชผักปลอดภัย…สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้ทั้งปี ที่สำคัญช่วยลดพื้นที่บุกรุกผืนป่าซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ… …ถึงเวลาที่ประชาชนควรมีสิทธิรับรู้ความรุนแรงของหมอกฝุ่นควันโดยอุปกรณ์ที่เหมาะสม เพื่อความตระหนักรู้ในอันตราย… …สำนึกเกี่ยวกับภูมิหลังของพื้นที่ สังคม และวัฒนธรรมของคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยปัจจุบัน… …นวัตกรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากงานวิจัยเชิงลึกเป็นรากฐานสนับสนุน… …การค้นพบว่าเมลาโทนินสามารถชะลอความชราของสมอง ป้องกันและยับยั้งสมองเสื่อมอัลไซเมอร์… …นวัตกรรม องค์ความรู้ใหม่จากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริง… ผลงานทั้งหมดนี้ครอบคลุมผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยได้ตั้งแต่ประชาชนผู้เสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา เกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ชาวประมง ผู้พิการ ชาวบ้านต้นแบบ ผู้สูงอายุ จนถึงสังคม ศ. ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง สกว. และผู้ร่าง พรบ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการติดตามและประเมินผล สกว. กรุณาให้แนวคิดพื้นฐานในการออกแบบคณะกรรมการทั้งสองชุดของ สกว. ตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อสร้างความโปร่งใสในการบริหารงานและทุนวิจัยต่อไป สกว. ต้องประเมินถึงระดับ outcome และ impact การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์มาช่วยประมวลเนื้อหางานวิจัยเพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนผู้บริหารในการสนับสนุนทุนวิจัย รวมไปถึงการปรับปรุงแนวทางบริหารจัดการทุน และการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Vol 23

ปี 2561

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 138

อาหารมีความสำคัญในด้านการยังชีพ สร้างความพึงพอใจและเสริมสร้างสุขภาพของผู้บริโภค ประชาคมวิจัยฉบับนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพได้รวบรวมข้อมูล แนวคิด และผลิตภัณฑ์อาหารหลากรูปแบบจากผลงานวิจัยมานำเสนอเพื่อความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และเข้าถึงนวัตกรรมอาหารเพื่อผู้บริโภคกลุ่มจำเพาะ รศ. ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เล่าถึง Food Trend ของประเทศไทยว่าประกอบด้วยอาหารเฉพาะโรค (โดยฉพาะกลุ่ม Non - Communicable Diseases; NCDs) อาหารพร้อมรับประทาน อาหารสำหรับผู้สูงอายุ อาหารสำหรับนักกีฬา และอาหารปั่นผสม (Tube Feeding) นอกจากแนวโน้มอาหารแล้ว อาจารย์รัชนี ยังให้ข้อคิดเกี่ยวกับโอกาสของการสร้างนวัตกรรมอาหารที่มิได้ตอบสนองเพียงตลาดในประเทศเท่านั้น อย่างไรก็ตาม งบประมาณสนับสนุนการวิจัยยังเป็นข้อจำกัดเนื่องจากมีการลงทุนสูงในระยะต้น และต้องมีการทำ Clinical Trials เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค… มีโจทย์แล้ว จะสร้างสรรค์นวัตกรรมต้องลงทุนทั้งงบประมาณวิจัยและการบริหารจัดการตลอดเส้นทางค่ะ คุณค่าที่แท้จริงของการทำงานอยู่ที่ไหน? ศ. ดร. นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร ไขคำตอบว่ามีหลายแง่หลายมุม หลายมิติ คุณค่าที่แท้จริงคือประโยชน์จากเนื้องาน การสร้างคนและสังคมที่ดีงาม ร่มเย็นเป็นสุข อุปสรรคของการทำงานก็ย่อมมี อุปสรรคสำคัญประการหนึ่ง คือ การมีเครือข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน อีกประการคือ การฉ้อราษฎร์บังหลวง ที่ยกระดับถึงการออกแบบและสร้างช่องโหว่ทางกฎหมาย การแก้ไขทำได้ด้วยการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชน มีส่วนร่วมรับรู้ รับทราบ เข้าใจเหตุผล ร่วมตรวจสอบ อาจารย์ปราโมทย์ ธรรมรัตน์ ยกตัวอย่างการปฏิรูปการศึกษาไทยเพื่อสร้างความสำเร็จในการพัฒนาคน สร้างโอกาสในกระแส Digital Disruption และ Education Disruption พร้อมเสนอระบบการพัฒนาคนผ่านศาสตร์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ศาสตร์ด้านการบริหารจัดการและการบริหารธุรกิจ ศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม สุดท้ายคือ ศาสตร์เทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจร สตีเฟน ฮอว์คิง ที่เรารู้จักเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก มีชื่อเสียงจากความคิดและทฤษฎี แต่ รศ. ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ฉายอีกภาพของ ฮอว์คิง คือผู้มีบทบาทด้านการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ ทำได้อย่างไรเชิญติดตามอ่านค่ะ ไต้หวัน มีชื่อเสียงด้านนวัตกรรมการเกษตรทั้งพืช (เน้นพืชสวน) สัตว์ และสัตว์น้ำ ถึงแม้จะมีพัฒนาการทางเทคโนโลยีระดับสูง แต่ยังคงความโดดเด่นด้านการเกษตร ฉบับนี้เราจะได้เรียนรู้การเกษตรก้าวหน้าของประเทศไต้หวันผ่านสายตาของเจ้าหน้าที่บริหารโครงการฝ่ายเกษตรใน ดูงานเกษตรก้าวหน้า@ไต้หวัน …น่าสนใจค่ะ แผ่นดินไหวดูจะเป็นเรื่องใกล้ตัวเข้ามาทุกที สกว. สนับสนุนชุดโครงการวิจัยแผ่นดินไหวเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2545 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน สะสมความรู้ มีเครือข่ายผู้รู้ นักวิจัยจำนวนมาก มีความพร้อมตอบคำถาม ตอบสังคมได้ทันการณ์ ดังจะได้รับทราบจากบทความเรื่อง การจัดการความรู้ “ภัยพิบัติแผ่นดินไหว” สู่สาธารณะ… เป็นบทความในคอลัมน์ Research Management คุณชินวุธ พิพัฒน์ภานุกูล เล่าประสบการณ์การเดินทางในฐานะนักศึกษา คปก. ที่ University of Freiburg เยอรมนี ได้อย่างกระชับ มีความรู้ลึก ได้ความรู้ เนื้อหาสาระข้อคิดสำหรับผู้ประสงค์ไปเรียนต่อต่างประเทศให้ประสบความสำเร็จ มิใช่เฉพาะผู้ได้รับทุน คปก. เท่านั้น ช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมการเรียน การทำงาน ตลอดจนการปรับตัวได้อย่างราบรื่นการเตรียมการทั้งเบื้องต้นและระหว่างทางเพื่อความสำเร็จปลายทาง ฤดูกาลเข้าสู่หน้าร้อน ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Vol 23

ปี 2561

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 137

สวัสดีปีใหม่แด่สมาชิกและผู้อ่านประชาคมวิจัยทุกท่าน ขอเริ่มต้นปีใหม่ด้วยเรื่องอนาคตการศึกษาไทยค่ะ ดร.จุฬากรณ์ มาเสถียรวงศ์ สถาบันรามจิตติ กล่าวถึงความท้าทายที่สังคมกำลังเผชิญในศตวรรษที่ 21 พลวัตโลกกับผลกระทบต่อคนรุ่นใหม่ที่จะต้องเผชิญความผันผวนรอบด้าน นำมาซึ่งโจทย์การศึกษา-การเรียนรู้ยุคใหม่ อาทิ นวัตกรรมการศึกษาเพื่ออนาคตที่ต้องผสมผสานการเรียนรู้หลายรูปแบบ ต่างบริบทการเรียนรู้สร้างทักษะการทำงานและการเรียนรู้ในที่ทำงาน ชุดความรู้ใหม่ที่ออกแบบรองรับเด็ก-คนนอกวัยเรียน รวมไปถึงผู้ด้อยโอกาส ปัจจัยสำคัญของกระบวนการเรียนรู้ทั้งหมดคือ “ครูดีมีคุณภาพ เป็น นักจัดกระบวนการพร้อมไปกับสร้างแรงบันดาลใจ” ประเด็นสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ ความรู้เกี่ยวกับระบบการจัดการใหม่ที่เน้นการกระจายอำนาจการศึกษา ปฏิรูประบบการบริหารจัดการภาครัฐเข้าสู่การจัดการศึกษาระดับพื้นที่และการมีส่วนร่วมของสาธารณชนที่ประสบความสำเร็จในหลายประเทศ...ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องพิจารณาตามความเหมาะสม ข้อเท็จจริง และศักยภาพของแต่ละพื้นที่ค่ะ หลายท่านคงพอจำได้ว่า สกว. มีงานวิจัยโดดเด่นชุด “ทวิภาษา” ที่มี ศ. ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหัวหน้าชุดโครงการวิจัยแนวหลักคิดของการใช้ภาษาแม่ของผู้เรียนเป็นจุดเริ่มต้น เป็นสะพานในการเรียนรู้ภาษาไทยและภาษาอื่นในลักษณะพหุภาษา.... ผศ.ดร.เกสรี ลัดเลีย ได้ต่อยอดขยายผลด้วยโครงการ “การนำกระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบทวิ/พหุภาษาเข้าสู่ระบบการผลิตครูทวิ/พหุภาษา สำหรับจังหวัดชายแดนใต้” นำไปสู่การส่งเสริมการอ่าน เชื่อมโยงเด็กสู่การเรียนรู้ และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อสะท้อนสู่กระบวนการคิด การสื่อสาร และความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิตในพื้นที่ชายแดนใต้ สองบทความถัดมา มุ่งเสนอความรู้ความเข้าใจ จากการศึกษาวิจัย “คนรุ่นใหม่” ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ให้ความสนใจกับเด็กและเยาวชน ผู้ที่จะมีบทบาทภารกิจสำคัญในอนาคต ด้านหนึ่งคือการเข้าสู่ระบบงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกด้านเป็นผู้รับผิดชอบสร้างการเปลี่ยนแปลงของสังคม ข้อเสนอการหนุนเสริมพลังเยาวชนผ่านนโยบายและกลไกด้านการเปิดมุมมองใหม่ที่เห็นเยาวชนเป็นสมาชิกของสังคมผู้มีสิทธิมีเสียงร่วมตัดสินใจและออกแบบสังคม การสร้างข้อความรู้เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน การใช้พลัง “เครือข่ายเยาวชนเป็น platform ช่วยตั้งโจทย์ใหม่ ๆ ของสังคม” มีกรณีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของเด็กและเยาวชนที่พัฒนาตนเอง พัฒนากลุ่ม พัฒนาพื้นที่บนฐานความเข้าใจโอบเอื้อให้เกิดโอกาสจากสังคม และบนฐานทุนทางวัฒนธรรม ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร กรุณาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมุมมองและข้อสังเกตต่อระบบการศึกษาและระบบวิจัยของประเทศไทยด้านการศึกษา ท่านให้ความเห็นว่า ควรปรับรูปแบบเป็น work-integrated learning เพิ่มขึ้น เพื่อให้มีสมรรถนะเพียงพอที่จะเข้าสู่ระบบงานในยุคใหม่ สถาบันการศึกษาต้องพัฒนากลไกการจัดการศึกษาและบูรณาการหลักสูตรร่วมกับผู้ใช้งานจริง ระบบการศึกษาที่จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในวัยก่อนทำงานวัยทำงาน กลุ่มสูงวัย ต้องเน้นคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะด้านภาษา ความรู้รอบทั้งรู้เขา-รู้เรา-รู้โลก และสามารถสร้างความสัมพันธ์กับคน ด้านระบบวิจัยและ สกว. ท่านสนับสนุนให้ สกว. ช่วยสร้างความเข้มแข็งของระบบวิจัยในมหาวิทยาลัยท้องถิ่นซึ่งมีจำนวนมาก ที่ผ่านมาทำได้ดีมาก และ สกว. มีตัวอย่างความสำเร็จในอดีตอยู่มากที่เป็นชุดโครงการวิจัยขนาดใหญ่ สร้างระบบการจัดการและ impact ให้กับวงวิชาการและสังคม ท่านอยากเห็นการสนับสนุนทุนวิจัยใหญ่และต่อเนื่องเช่นนี้ คอลัมน์ประจำฉบับยังอยู่ครบ ส่วน theme ของแต่ละฉบับจะจัดให้สอดคล้องกับสถานภาพและกิจกรรมหลักประจำปีของ สกว. ปี 2561 เป็นปีแห่งการปฏิรูประบบวิจัย เราจะพยายามติดตามข่าวคราว (ที่เป็นทางการ) มาเสนอต่อไปค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Vol 23

ปี 2560

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 136

ขยะทั้งขยะบกและขยะทะเล เป็นปัญหาสะสมเรื้อรังของประเทศไทย ทั้งระดับประเทศ ชุมชน และปัจเจกในฐานะผู้ก่อกำเนิดขยะและผู้เผชิญปัญหา ประชาคมวิจัยฉบับ รู้จักขยะ...เพื่อการจัดการที่รับผิดชอบต่อสังคม ได้ประมวลข้อคิด แนวทางข้อเสนอ และการลงมือปฏิบัติจริง จากการวิจัย เพื่อเปลี่ยนมุมมองและการรับมือปัญหาขยะ เป็นแนวคิดเชิงระบบ ตั้งแต่ก่อนเป็นขยะ เมื่อเป็นขยะ การเพิ่มมูลค่า การสร้างจิตสำนึก และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการแก้ปัญหา ทีมวิจัย ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ และคณะ ค้นพบว่า ขยะทะเลส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมบนบก มีที่มาจากหลายแหล่ง ทั้งการใช้ชีวิตของคนและชุมชน จากอุตสาหกรรมชายฝั่ง นิคมอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ต้องจัดการเป็นระบบ ครอบคลุมแหล่งกำเนิดทุกประเภท ตามแนวทางเศรษฐกิจยั่งยืน (Blue economy) บทความเรื่อง การจัดการแผงโซล่าเซลล์ที่หมดความคุ้มค่า วัสดุเหลือทิ้งสู่คอนกรีตมวลเบา และการยืดอายุเนื้อส้มโอด้วยสารเคลือบจากเปลือกมะพร้าว เป็นความพยายามสร้างประโยชน์จากของเสีย (waste) จากครัวเรือน อุตสาหกรรม และภาคเกษตร สู่ผลผลิตที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้น ได้ทั้งการกำจัดขยะ และสร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ การป้องกันปัญหาก่อนจะเกิดปัญหา (ขยะ) ต้องเริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม มีประเด็นตัวอย่างที่ใช้กระบวนการวิจัยอย่างมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) แก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยกิจกรรมวิจัยเพื่อท้องถิ่น ประมวลปัญหา วิเคราะห์ข้อมูล และดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนจนถึงขั้นคัดแยกขยะเพื่อนำกลับไปใช้ และการจำหน่ายขยะรีไซเคิล...ของชุมชน 13 หมู่บ้านในตำบลหาดคำ จังหวัดหนองคาย...ยกระดับเป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน อีกกรณีศึกษา เป็นเรื่องเด็กและเยาวชนกับบทบาทการจัดการขยะชุมชนบางบัวนำไปสู่การปลูกจิตสำนึกของคนในชุมชนที่ได้ข้อสรุปว่าการจัดการขยะจะยั่งยืนได้ต่อเมื่อคนทั้งต้นคลอง กลางคลอง และปลายคลองร่วมมือกัน มิได้ปล่อยเป็นภาระของใครแต่เพียงผู้เดียว มุมมองใหม่ต่อขยะในมิติเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) ทำให้ waste กลายเป็น residue นำวัสดุใช้แล้วมาหมุนเวียนเป็นทรัพยากรใช้ทั้งประเทศ (รศ. ดร.ชนาธิป ผาริโน) และ EU พัฒนาเป็นระบบที่ค่อนข้างซับซ้อน ทั้งการสอดประสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และการออกแบบการผลิตใหม่อย่างเป็นระบบ (รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์) กำลังอยู่ในกระบวนการพัฒนาเป็นโจทย์วิจัยของฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ ที่เน้นการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเอกชนให้มีบทบาทเพิ่มขึ้น คอลัมน์การบริหารจัดการงานวิจัยฉบับนี้ คุณรพีพร สิทธิ มาเล่าเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครรู้ เมื่อ สกว. เริ่มสนับสนุนการวิจัยในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เริ่มต้นด้วยความร่วมมือจากฝ่ายใน สกว. เป็นงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์แรกๆ ที่มุ่งบูรณาการการทำงานข้ามฝ่าย การสนับสนุนการวิจัยบนพื้นที่ขัดแย้งต้องออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ความเชื่อของประชาชนในพื้นที่ entry point ช่วงแรก ๆ จึงเป็นการมุ่งหวังให้งานวิจัยเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟู เชื่อมประสานของผู้คนในสังคมและชุมชนกับภาครัฐ การสร้างทางเลือกใหม่ให้กับพื้นที่ พัฒนาการของงานวิจัยได้สัมฤทธิผลเป็นการใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและอื่นๆ ดังรายละเอียดในเรื่อง ปิดท้ายฉบับปี 2560 ด้วยบทกวี ภาวนากับความรัก โดยคุณชมัยภร แสงกระจ่าง...ขอให้เป็นปีแห่งความสำเร็จของทุกท่าน สวัสดีค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Vol 23

ปี 2560

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 135

ประชาคมวิจัยฉบับ 25 ปี สกว. รวบรวมเนื้อหาจากเวทีเสวนาในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปี “สร้างคน สร้างความรู้ สร้างอนาคต” มีเรื่องน่าสนใจมากมาย ประเด็นร่วมคือ สังคมไทยจะเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ทั้งด้าน technology disruption การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ สังคมสูงวัย และผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่จะตามมาได้อย่างไร เวทีเสวนา “ฝ่าวิกฤติสังคม เปลี่ยนปัจจุบัน เพื่อฝันอนาคต” มี ศ.กิตติคุณ นพ. จรัส สุวรรณเวลา, ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร และ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ร่วมอภิปราย ท่านให้ความเห็นว่า การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะนำพาสังคมและประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างรู้ทันและเท่าเทียม ปัญหาอยู่ที่ระบบการศึกษาไทยบริหารความเหมือนบนภารกิจสร้างคนไปอยู่ในโลกของความหลากหลาย โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดยั้ง การตั้งเป้าหมายนำพาประเทศไทยไป 4.0 ที่ต้องการความรู้ขั้นสูงด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี จะมีกระบวนการพัฒนาคนอย่างไรเมื่อคนรุ่นเก่าที่ต้องรับผิดชอบการศึกษายังก้าวไม่ทันการเปลี่ยนแปลง ขาด sense of emergency การออกแบบอนาคตของประเทศต้องดูที่รากฐานการศึกษา ถ้าไม่สามารถพัฒนาระบบการศึกษาได้ เรื่องอื่นก็ไปไม่ได้ การศึกษาและการวิจัยต้องเปลี่ยนมุมมอง มองให้เห็นโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย แม้รัฐบาลมีเป้าหมายเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบการศึกษา แต่ยังมีปัญหา comfort zone ในหลายภาคส่วน จุดเปลี่ยนสำคัญของการศึกษาอยู่ที่นักเรียน ครู และโรงเรียน ต้องปรับทั้งระบบไม่ใช่แก้เล็ก ๆ น้อย ๆ การปฏิรูปการศึกษาต้องเริ่มที่ระบบ “ครู” ประเด็นด้านการสร้างความรู้จากการวิจัย สกว. มีผลงานวิจัยมากมายที่น่าจะวิเคราะห์สังเคราะห์งานวิจัยจำนวนมากให้เกิดเป็นข้อเสนอที่มีพลัง สร้างคำตอบให้กับสังคมได้ ศ. นพ. จรัส ได้ทิ้งท้ายไว้ว่า โจทย์วิจัยต้องก้าวกระโดด เพื่อรองรับสิ่งที่เป็นปัญหาจริง ณ ปัจจุบัน เสียดายแทนผู้อ่านที่ไม่ได้เข้าร่วมรับฟังจากเวทีนี้ แต่กองบรรณาธิการประชาคมวิจัย ได้ถอดความโดยละเอียดลงในฉบับนี้ไว้ค่ะ เรื่องสูงวัยไม่ใช่เรื่องไกลตัว...เวทีเสวนา “สูงวัย อารมณ์ดี” ให้ความรู้ “สังคมอายุวัฒน์” ว่าต้องเปลี่ยนมุมมองว่าต้องสนับสนุน ส่งเสริมประชากรตั้งแต่วัยทำงานจำนวน 40 ล้านคน รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ทำงานอย่างมีคุณภาพ เรียนรู้ตลอดชีวิต ดูแลสุขภาพการเงินให้เป็น เรียนรู้เรื่องการลงทุนอย่างเหมาะสมจะได้มีเงินออมเมื่อสูงวัย เป็นผู้สูงอายุ อารมณ์ดี....การหวังพึ่งนโยบายรัฐแต่เพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอต่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีดังประสงค์ได้... ศ. ดร.เจตนา นาควัชระ เขียนบทความสั้น ๆ เพียง 2 หน้า แต่สะท้อนถึงการประเมิน “ผลกระทบ” ของงานวิจัยที่เรียกร้องให้มีในปัจจุบัน ท่านยกตัวอย่างผลงานของท่านเองที่ใช้เวลาถึง 51 ปี กว่าจะมีการอ้างอิงที่มีนัยสำคัญในปี 2016 เพราะ “งานวิชาการด้านมนุษยศาสตร์โดยทั่วไปต้องใช้เวลานานกว่าที่จะซึมซับลงไปในกระแสของพัฒนาการทางวิชาการ” บทความประจำฉบับยังอยู่ครบค่ะ อัดเต็มด้วยเนื้อหาเป็นปัญหาด้านงบประมาณพอสมควร สกว. กำลังพัฒนาการจัดทำประชาคมวิจัยเป็น e-book เพื่อลดการใช้กระดาษ มีความคืบหน้าประการใดจะมาเล่าสู่กันฟังต่อไป สวัสดีค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Telephone

02 278 8200

Address

ชั้น 14 อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400