วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม

จดหมายข่าว “ประชาคมวิจัย” ที่มีมาต่อเนื่องยาวนานไม่ได้หายไปไหน หากแต่เราเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหาสาระและปรับเปลี่ยนเป็น “วารสารองค์กร” ที่เน้นเนื้อหาการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจใหม่ขององค์กรที่ยกระดับสู่การมองเชิงระบบของประเทศ ภายใต้ชื่อวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TSRI Research and Innovation Society” โดยจะพบกับท่านผู้อ่านทุก 3 เดือน

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 4

บรรณาธิการแถลง : ขวัญลดา จันทร์ทรงกลด รักษาการรองผู้อำนวยการหน่วยข้อมูลและสำนักงานผู้อำนวยการ ด้านยุทธศาสตร์การสื่อสาร สกสว. สวัสดีท่านผู้อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมทุกท่านค่ะ สังเกตว่าระยะนี้ฝนตกค่อนข้างมาก แต่เริ่มเปลี่ยนแนว เลิกเป็น “ฝนเวลาราชการ” คือ ตกตอนเช้า ๆ แล้วก็หยุด แล้วพอใกล้จะเลิกงานก็ตกอีกรอบ แบบที่เคยเป็นมา ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบนั้นจริงไหม หรือเป็นเพราะความที่ช่วงนี้ WFH กันเป็นล่ำเป็นสันมากขึ้น จนทำให้ไม่ว่าฝนจะตกเวลาไหนก็อยู่บ้านอยู่ดี เป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมกับยุคโควิดเป็นดังนี้แล้ว ธีมหลักของวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 4 ประจำเดือนกรกฎาคม - กันยายน 2564 นี้ จึงขอนำเรื่องเกี่ยวกับโควิด 19 ในหลาย ๆ มุมมาแบ่งปันค่ะ เริ่มต้นด้วยการย้อนเวลาไปยุคอารยธรรมโบราณ เพื่อศึกษาว่าโรคระบาดในแต่ละสมัยนั้นนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่โลกอย่างไรบ้าง และเมื่อมาถึงวันนี้ ประเทศไทยได้มีกรอบสังเคราะห์งานวิจัยในประเด็น COVID-19 อย่างไร แล้วในส่วนของกองทุนส่งเสริม ววน. เองนั้น มีการนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตโควิด 19 อย่างไรบ้าง นอกจากนี้ กอง บก. ยังขอนำเสนอมุมมองทางด้านสังคมศาสตร์ ว่าด้วยเรื่องภาษากับโควิด มาเพิ่มเติมความครบถ้วนของคอลัมน์ Highlight ฉบับนี้ ในคอลัมน์ประจำอื่น ๆ ก็มีเรื่องราวน่าสนใจมาเล่าสู่เช่นเคยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น That’s Good ว่าด้วยเรื่องของ REE หรือธาตุหายาก จะใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนได้อย่างไร หรือมาชวนตั้งคำถามว่า โควิด จะถือเป็นภัยร้ายแรงที่สุดต่อมนุษย์หรือไม่ ใน For The Future และใน Story Touring ก็พาผู้อ่านออนทัวร์ลงไปภูเก็ต เพื่อถ่ายทอดว่า กองทุน ววน. นั้นได้มีการหนุนการท่องเที่ยวไทยอย่างไรบ้าง ในการที่จะรับมือกับโควิด ส่วน Community Networking ก็มีข่าวสารน่ารู้จากสามหน่วยงานอย่าง หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มาบอกเล่าถึงความก้าวหน้าในแต่ละด้านที่ต่างรับผิดชอบดูแลอยู่ และปิดท้ายด้วยคอลัมน์ Subscribe-Like-Share โดยในฉบับนี้เราได้รับเกียรติจาก รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. มาแบ่งปันมุมหนึ่งของชีวิตที่คำว่า Balance ถือเป็นเรื่องสำคัญ จะเป็นสิ่งใดนั้นที่สามารถ Share ให้ท่านผู้อ่านรู้สึกว่า Like และอยากจะ Subscribe บ้าง ขอเชิญติดตามในเล่มค่ะ สุดท้ายค่ะ เรื่องใหม่ ๆ ที่นำมาบรรจุไว้ในฉบับนี้มีด้วยกันถึงสองเรื่องค่ะ เรื่องแรกนั้น ท่านผู้อ่านอาจจะพอสังเกตได้ตั้งแต่หน้าปกแล้ว ว่า สกสว. ได้เปลี่ยนมาใช้โลโก้ใหม่โดยจะมีที่มาที่ไปอย่างไรนั้น กอง บก. ได้สรุปมาเล่าให้ฟังในคอลัมน์ TSRI’s Story ค่ะ และอีกเรื่องนั้นก็คือคอลัมน์น้องใหม่ TSRI Voices ที่จะเป็นพื้นที่อิสระ โดยในครั้งนี้บุคลากรจาก สกสว. ก็ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปัน ร่วมรับรู้ความรู้สึก ตลอดจนเป็นกำลังใจให้กันและกัน เพราะเราเชื่อว่าในเวลาอย่างนี้ ที่ทุกคนล้วนแต่พบความเปลี่ยนแปลง และตามมาด้วยความเครียด บ้างมาก บ้างน้อย แต่ก็ยังไม่ท้อกับการปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบของตน กำลังใจแม้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หยิบยื่นให้กันย่อมให้ผลดีต่อใจอย่างแน่นอนค่ะ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมฉบับ E-book ได้ ที่นี่

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 3

บรรณาธิการแถลง : ขวัญลดา จันทร์ทรงกลด สวัสดีค่ะ พบกันอีกครั้งสำหรับวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 ประจำเดือนเมษายน – มิถุนายน 2564 ค่ะ ในช่วงเวลาที่น่าจะร้อนที่สุดของปีสำหรับประเทศไทยแบบนี้ เราก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจภายใต้ธีมที่ฮอตฮิตไม่แพ้กันอย่าง Research to Market มานำเสนอในแง่มุมต่างๆ โดยตั้งต้นตั้งแต่มุมมองของหน่วยวางนโยบาย เรื่อยไปจนถึงภาคเอกชน เพื่อให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้จนเกิดประโยชน์ งานวิจัย ทำไปแล้วได้อะไร? วิจัยแล้วก็วางไว้บนหิ้ง.. จริงหรือไม่? คำถามเหล่านี้เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านเคยได้ยินกันมาแล้ว และแม้จะเป็นคนในแวดวงการวิจัยเอง ในบางครั้งก็ยังอาจจะมีความลังเลสงสัยเกิดขึ้นในใจเช่นกัน ทีมกองบรรณาธิการ ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม จึงรับหน้าที่คลายความสงสัยของทุกท่าน โดยเริ่มจากบทสัมภาษณ์พิเศษของตัวแทนจาก 3 ภาคส่วน อันได้แก่ สกสว. - รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. PMU - รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการ บพข. และ ภาคเอกชน - นายวนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ที่ปรึกษา กสว. และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) สำหรับคอลัมน์ประจำอื่นๆ ก็อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่หลากหลาย เริ่มตั้งแต่ That’s Good สาระวิชาการทางวิทยาศาสตร์ ที่ไม่เพียงแต่พาเรามองไปข้างหน้า แต่ยังนำประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องมาเล่าร้อยอย่างสนุกสนาน ผ่านสตอรี่ของ “มะเขือเทศป่าถึงมะเขือเทศ GMO” คอลัมน์ For The Future มาชวนคิดถึงประเด็นคลาสสิกที่ว่า “เลือกเกิดไม่ได้ แล้วเลือกเป็นได้แค่ไหน?” ซึ่งเมื่อพูดถึงประเด็นนี้อาจจะนึกถึงแง่มุมของศาสนา ปรัชญา และวัฒนธรรมนำมาก่อน แล้วถ้าในมุมของวิทยาศาสตร์ล่ะ? จะมีคำตอบอย่างไรต้องไปติดตาม ส่วนคอลัมน์ Ignite by Innovation ก็มีงานวิจัยที่แปลกใหม่และชวนให้อมยิ้มอย่างเรื่อง “กุ้งแปลงเพศ” มาเล่าสู่กันฟัง และปิดท้ายที่การไปร่วมสังเกตการณ์ การประชุม ระดมความเห็นกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ “พลิกโฉมประเทศไทยไปสู่ เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน” มีหมุดหมายที่สำคัญอะไรบ้างนั้นติดตามได้อย่างครบถ้วนในคอลัมน์ Story Touring ค่ะ สำหรับคอลัมน์ Community Networking ในฉบับนี้ กองบรรณาธิการขอแนะนำให้รู้จักกับ Innovative House กองกำลังสำคัญที่มีภารกิจในการสนับสนุน SME ไทย และ Tech2Biz แพลตฟอร์มจับคู่แนวใหม่ที่น่าจะได้ใจนักวิจัยและผู้ประกอบการ รวมไปถึงข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์จาก คุณปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม (NIA) ที่มีต่อการ “ขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมสู่การพัฒนาประเทศ” และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือคอลัมน์ใหม่ล่าสุด Subscribe – Like – Share พื้นที่สบายๆ สำหรับแลกเปลี่ยนเรื่องราวจากผู้คนในเครือข่าย ววน. โดยฉบับนี้ขอประเดิมกันที่หนังสือเล่มโปรดของ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. จะเป็นเรื่องใดนั้น อยากให้ทุกท่านลองพลิกไปอ่าน อาจจะตรงใจเป็นเล่มเดียวกัน หรืออาจจะจุดประกายให้ไปหามาอ่านบ้างก็เป็นได้ หวังว่าผู้อ่านจะได้รับสาระและประโยชน์จากวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมอย่างเต็มอิ่ม และร่วมมือร่วมใจพัฒนาไปสู่สังคมฐานความรู้ร่วมกับชาว สกสว. ต่อไป และขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งในการที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งยุคโควิดไปด้วยกัน .. ไม่ประมาท การ์ดอย่าตกนะคะ ขอบพระคุณค่ะ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมฉบับ E-book ได้ ที่นี่

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 2

บรรณาธิการแถลง : อมรรัฏค์ เจริญโชติธรรม สวัสดีค่ะ ชาวประชาคมวิจัยและหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม พบกันอีกครั้งสำหรับ วารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” โฉมใหม่ ในปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (มกราคม - มีนาคม 2564) กับธีม “สร้างองค์ความรู้....สู่เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า” หรือที่ในแวดวงวิจัยรู้จักกันดีในชื่อ Frontier Research และแน่นอนว่าเรามีเรื่องราว ความรู้ ที่น่าสนใจมานำเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบความเคลื่อนไหวในแวดวงวิจัย ตลอดจนแผนยุทธศาสตร์และการจัดสรรงบประมาณการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Frontier Research พิเศษสำหรับฉบับนี้ เปิดตัวด้วยบทสัมภาษณ์ ดร.กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ที่จะทำให้เข้าใจถึง Frontier Research ของประเทศกับทิศทางการลงทุนด้านการวิจัยขั้นแนวหน้า ตามติดด้วยบทความเชิงวิชาการที่สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของงานวิจัยขั้นแนวหน้า หรือ Frontier Research ในไทยและต่างประเทศ จากบทความเรื่อง “กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เวบบ์ ที่ใหญ่ที่สุดและทรงประสิทธิภาพที่สุดในประวัติศาสตร์” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุทัศน์ ยกส้าน บทความเรื่อง “5 เทคโนโลยีแห่งอนาคต: อัปเดต” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล และบทความเรื่อง “นาโนคาร์บอน...วัสดุขั้นสูงเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ที่พลาดไม่ได้เลยกับความเคลื่อนไหวของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้ผู้นำทัพคนใหม่ในการขับเคลื่อนระบบ ววน. ของท่านผู้อำนวยการ รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ซึ่งมีทีมบริหารใหม่พร้อมกับการปรับโครงสร้างองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานที่ท้าทาย กับบทสัมภาษณ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์เชิญโชค สอนขวัญ รองผู้อำนวยการด้านการบริหารและพัฒนาองค์กร ติดตามอ่านได้ในบทสัมภาษณ์เรื่อง “ปฏิรูปโครงสร้าง สกสว. เพื่อส่งมอบคุณค่าให้ระบบ ววน. ของประเทศ” หวังว่าท่านผู้อ่านคงได้รับสารประโยชน์จากวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ฉบับนี้อย่างเต็มอิ่ม และร่วมพัฒนาไปสู่สังคมฐานความรู้ ร่วมกับชาว สกสว. ต่อไปนะคะ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ในรูปแบบ E-Book

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 1

สัมภาษณ์พิเศษ โดย ขวัญชนก ลีลาวณิชไชย ศาสตร์ และ ศิลป์ ของนักคิด นักวิจัย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “ความเจริญก้าวหน้าของประเทศที่เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางสังคมให้มองเป็นเรื่องปกติ” เป็นคำปรารภช่วงปิดท้ายบทสนทนาที่ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ได้เปิดโอกาสให้พวกเรามาเยือนในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ จากการรับฟังมุมมองของท่านในฐานะที่เคยเป็นนักวิจัย นักวิชาการที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐมนตรีที่ชื่นชอบการลงพื้นที่จริง มีแนวคิดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าอยากทำนุบำรุงศิลปวิทยาการทุกด้าน และ อว. ไม่ควรเป็นแค่กระทรวงด้านอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่อยากเห็นเป็นกระทรวงแห่งศิลปวิทยาการด้วย...“นักคิด” วัย 66 ปีที่ผ่านประสบการณ์การเดินทางทั้งในและต่างประเทศมาแล้วทั่วโลก มีวิธีคิดที่ผสานความเป็น “ศาสตร์และศิลป์” อย่างไรบ้างผ่านนโยบายการทำงานในฐานะที่ต้องดูแลกระทรวง อว. กระทรวงใหม่ของประเทศนี้ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมฉบับ E-book ได้ ที่นี่

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 1 ฉบับที่ 3

บรรณาธิการแถลง : อมรรัฏค์ เจริญโชติธรรม สวัสดีค่ะ ชาวประชาคมวิจัยและหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม วารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - กันยายน 63) นี้ เรามีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมานำเสนอให้ผู้อ่านได้รับความรู้และทราบความเคลื่อนไหวในแวดวงวิจัยหลายเรื่องราว ฉบับนี้ธีมหลัก คือ “ออกแบบแผน(ที่)วิจัย...ประเทศไทยไปทางไหนดี?” เป็นคำถามที่ได้นักวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายท่านจะมาร่วมให้แนวทางคำตอบในคอลัมน์ต่างๆ อาทิ คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ “ปักหมุด...เส้นทางหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง” ที่สะท้อนทัศนะของผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ที่คร่ำหวอดในวงการวิจัยไทย ได้แก่ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ ศ. ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา รศ. ดร.ศิริเดช บุญแสง และ รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ซึ่งท่านได้กล่าวถึงทิศทางงานวิจัยในแต่ละด้านที่กำลังดำเนินไปข้างหน้าและปลายทางจะเป็นอย่างไร คอลัมน์ สัญญาณอนาคต สู่การขับเคลื่อนระบบวิจัยไทย เป็นบทสัมภาษณ์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการภารกิจการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และกรอบงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ดร.ปุ่น ได้ฉายภาพวิธีการวางเป้าหมายที่ต้องทำในการขับเคลื่อนเชิงระบบและเชื่อมโยงระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่เรียกว่า “STEEP” จะเป็นอย่างไร...ห้ามพลาดค่ะ คอลัมน์ประจำอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาด That’s good สาระเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่ายในเล่มนี้ นำเสนอเรื่อง “กา : นกที่มี IQ ระดับสุดยอด” คอลัมน์ For The Future : ทฤษฎีใหม่ ดีเอ็นเอ ไม่ใช่ ‘พิมพ์เขียว’ ของชีวิต คอลัมน์ Ignite by Innovation ฉบับนี้ห้ามพลาดกับเรื่อง “เอ็นอาร์ไอไอเอส (NRIIS) ระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ” คอลัมน์ Story touring ในเรื่อง “วิจัยแก้จน ดัน ‘โคราชโมเดล’ สู่ ‘อีสาน 4.0’” ปิดท้ายด้วยคอลัมน์ Community Networking ที่จะพาผู้อ่านไปรู้จักหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยฉบับนี้จะพาไปทำความรู้จัก 4 หน่วยงานที่สำคัญ ได้แก่ อพวช. หรือ “องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตชั้นนำในอาเซียน และอีกหน่วยงานหนึ่งคือ สดร. หรือ สถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แค่เกริ่นชื่อเรื่องในคอลัมน์ต่างๆ ก็ยิ่งน่าติดตามนะคะ หวังว่าท่านผู้อ่านคงได้รับสาระประโยชน์จากวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ฉบับนี้อย่างเต็มอิ่มและร่วมพัฒนาไปสู่สังคมฐานความรู้ร่วมกับชาว สกสว. ต่อไป อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ในรูปแบบ E-Book

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 1 ฉบับที่ 2

บรรณาธิการแถลง : อมรรัฏค์ เจริญโชติธรรม สวัสดีค่ะ ชาวประชาคมวิจัยและหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม วารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TSRI Research and Innovation Society” โฉมใหม่ ฉบับนี้เป็นฉบับที่ 2 (เมษายน - มิถุนายน) เรามีเรื่องราวดีๆ มานำเสนอให้ผู้อ่านได้รับความรู้และทราบความเคลื่อนไหวในแวดวงวิจัยหลากหลายเรื่องราว ธีมหลักของฉบับนี้เราเกาะกระแสโลกไปกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องและส่งผลกระทบกับคนทั้งโลก นั่นคือ Covid-19 วารสารประชาคมวิจัยฉบับนี้จึงนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ภายใต้ชื่อ “บริหารจัดการงบประมาณสำหรับเรื่องเร่งด่วนของประเทศ Covid-19” เนื้อหาสาระดีๆ ที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับชาวประชาคมวิจัย ประกอบด้วยบทสัมภาษณ์จาก ศ. นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง “วิกฤต คือ โอกาส...บทพิสูจน์หลังรีโนเวทครั้งใหญ่...ระบบวิจัยไทย” ซึ่งท่านได้สะท้อนมุมมองถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณของประเทศในกรณีเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องอาศัยการวิจัยและการพัฒนาอย่างเร่งด่วนกับเหตุการณ์การระบาดของ Covid-19 ตลอดจนการนำผลการวิจัยและพัฒนามาผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับโรคนี้อย่างเร่งด่วน ซึ่งกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (TSRI FUND) ต้องสามารถยืดหยุ่นในการจัดสรรงบประมาณในสถานการณ์เช่นนี้ได้ ตามมาติดๆ ด้วยบทสัมภาษณ์ รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล รองผู้อำนวยการด้านนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ สกสว. ในเรื่อง “สกสว. เสนอโปรแกรมที่ 17 แก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ” ได้เล่าให้ทราบถึงการปรับนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยการเพิ่มโปรแกรมที่ 17 จากเดิมที่มี 16 โปรแกรม เพื่อรองรับปัญหาในเหตุการณ์วิกฤต Covid-19 โดยมีกระบวนการออกแบบการทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับเครือข่ายภาคีประชาคมวิจัย และหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย (PMU) เพื่อร่วมกันกำหนดแผนและกรอบการทำงานภายใต้โจทย์วิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อกล่าวถึงการกำหนดแผน นโยบายในการวิจัยและพัฒนาแล้ว ที่ขาดไม่ได้เลยที่ต้องกล่าวถึงควบคู่ไปคือ “การจัดสรรงบประมาณ” ซึ่งท่านผู้อ่านติดตามจากบทสัมภาษณ์เรื่อง “ออกแบบการจัดสรรงบวิจัย รับสถานการณ์วิกฤต” โดย ศ. ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง รองผู้อำนวยการด้านการบริหารงบประมาณ สกสว. ซึ่งจะมาเฉลยว่าทำไมประเทศต้องลงทุนกับงานวิจัย อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ในรูปแบบ E-Book

จดหมายข่าวประชาคมวิจัย

จดหมายข่าวราย 2 เดือนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบให้แก่ กลุ่มนักวิจัย นักวิชาการ นักศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป รวมถึงผู้สนใจทั่วไปได้รับทราบความเคลื่อนไหวของงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว.

Vol 23

ปี 2560

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 134

หนึ่งในวาระสำคัญประจำปีของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย คือ การมอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น ผลงานวิจัยจะถูกคัดกรอง ตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ตามเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ทั้ง 5 ด้านคือ ด้านนโยบาย สาธารณะ พาณิชย์ ชุมชนและพื้นที่ และวิชาการ นำเสนอคณะกรรมการตัดสินผลงานวิจัยเด่น ผลงานที่ได้รับการประเมินเป็นผลงานวิจัยเด่นประจำปี 2559 มี 13 ผลงาน ประกอบด้วย ผลงานวิจัยเด่นด้านการใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย 2 ผลงาน ด้านสาธารณะ 1 ผลงาน ด้านพาณิชย์ 2 ผลงาน ด้านชุมชนและพื้นที่ 4 ผลงาน และด้านวิชาการ 4 ผลงาน ดังรายละเอียดในฉบับ การกำหนดเงื่อนไขการตัดสินผลงานวิจัยเด่นทั้ง 5 ด้าน มาจากข้อเท็จจริงที่ว่า องค์ความรู้และงานความรู้และการศึกษาค้นคว้าวิจัยมีคุณูปการต่อสังคมและประเทศเกินกว่าการมุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียว ความรู้ที่ประมวลเป็นหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนการจัดทำนโยบาย (evidence based policy) หรือเพื่อความรู้เท่าทันของสังคม การนำไปสู่การแก้ปัญหา-พัฒนาพื้นที่และชุมชน ล้วนมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน...จึงเป็นที่มาของการกำหนดเป้าหมายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย (Research Utilization) ของ สกว. ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การบริหารจัดการน้ำเป็นประเด็นสำคัญทั้งระดับประเทศและระดับพื้นที่ สกว. ได้สนับสนุนการวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง มีผลงานนำเสนอทั้งระดับชาติและการปรับใช้ชุดความรู้กับการวิเคราะห์สถานการณ์ด้านน้ำของพื้นที่ที่มีภูมินิเวศ และภูมิสังคมต่อกัน ในปี 2559 นี้ ผลงานวิจัยด้าน “น้ำ” ได้รับรางวัลผลงานวิจัยเด่นถึง 3 ผลงาน เป็นการใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย 1 ผลงาน และการใช้ประโยชน์เชิงชุมชนและพื้นที่ 2 ผลงาน เมื่อกล่าวถึงงานวิจัยที่นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จะหลีกเลี่ยงนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญามิได้ ดร.บุญชู ปโกฏิประภา กรรมการติดตามและประเมินผล สกว. ให้ข้อคิด มุมมองต่อผลงานวิจัยเด่นหลายประการ ที่ผูกโยงถึงการคัดเลือกผลงานเข้าเสนอรับรางวัล และความรับผิดชอบของนักวิจัย รวมถึงความเสมอภาคที่นักวิจัยพึงได้รับการเสนอตามคุณค่าของชิ้นงาน ข้อคิดประการที่สองคือ การจดสิทธิบัตรค่าใช้จ่ายและความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ค้นพบใหม่จากการวิจัย ความสามารถในการพัฒนาต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญานั้นให้ปรากฏเป็นนวัตกรรม สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ ประเด็นการตีพิมพ์ผลงานวิจัยโดยมองกับการจดสิทธิบัตรคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มีข้อสังเกตของอาจารย์ปราโมทย์ ธรรมรัตน์ ว่าเสมือนหนึ่งสมองไหลย้อนไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วที่มีทรัพยากร มีประสบการณ์ มีกำลังทางเศรษฐกิจสูง ได้ใช้ประโยชน์จากผลงานตีพิมพ์ทางวิชาการที่เป็นสากล ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องแบกรับภาระสร้างดอกที่งดงาม แต่ไม่บังเกิดผลทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด สวัสดีค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Vol 23

ปี 2560

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 133

ความยั่งยืน เป็นวิสัยทัศน์หนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) อันประกอบด้วยความมั่งคั่ง ความมั่นคง และความยั่งยืน ประชาคมวิจัย ได้ประมวลองค์ความรู้จากการศึกษาวิจัย พร้อมข้อสังเคราะห์ที่สอดคล้องต่อการบรรลุวิสัยทัศน์มั่งคั่ง และมั่นคง ใน 2 ฉบับที่ผ่านมา ความหมายกว้าง ๆ ของการพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development) ได้ถอดความจากข้อสรุป Brundtland Report (1987) ว่าเป็น “การตอบสนองความต้องการของคนรุ่นปัจจุบันโดยไม่มีผลกระทบทางลบต่อความต้องการของคนรุ่นต่อไปในอนาคต” แนวทางนี้ได้ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) 17 เป้าหมาย ที่ประเทศสมาชิกสหประชาชาติคาดว่าจะบรรลุผลในปี 2030 สกว. ได้สนับสนุนโครงการสำรวจสถานะของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทประเทศไทยจำนวน 14 โครงการดังปรากฏรายชื่อในประชาคมวิจัยฉบับนี้ พันธกิจสำคัญประการหนึ่งของ สกว. คือ การสร้างความรู้และสนับสนุนการสร้าง “ผู้รู้” และบรรยากาศการเรียนรู้ทุกระดับ เพื่อความยั่งยืนในทุกมิติของสังคมไทย ศ. ดร.ประมวล ตั้งบริบูรณ์รัตน์ ได้ฉายภาพโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) จากบทสัมภาษณ์พิเศษ ว่า คปก.มีส่วนร่วมสร้างสังคมไทยยุคใหม่ให้มีความยั่งยืน ทั้งในแง่เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การสร้างคนเก่งที่เป็นคนดีเข้าไปมีส่วนในการพัฒนาสังคม...วิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนากำลังคนเพื่อสร้างนักวิจัยคุณภาพสูงของผู้บริหาร คปก. ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันส่งผลให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบดำเนินการ คปก.ระยะ (20 ปี) ที่สอง เพื่อ “สานพลัง สร้างชาติ” ให้เกิดความยั่งยืนต่อไปค่ะ การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม การค้าการลงทุน นโยบายรัฐ กฎระเบียบต่าง ๆ เป็นความท้าทายสำคัญต่อคนไทยที่จะต้องเตรียมความพร้อมเผชิญอนาคตที่มีความท้าทายใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) ซึ่งเป็นวาระการศึกษาสำคัญที่จะเตรียมความพร้อมให้คนอยู่ในสังคมอย่างรู้เท่าทัน มีความสุข ชุมชนเข้มแข็ง... คุณภัทรา มาน้อย ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สกว. ได้ยกตัวอย่างพื้นที่ที่สร้างรูปแบบการเรียนรู้ของชุมชน ที่มีวิธีการ ความต้องการและภาคีร่วมต่างกัน แต่มีเป้าหมายร่วมกันคือ การจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน พัฒนาคนให้เต็มศักยภาพ และดำรงชีวิตภายใต้รูปแบบของการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ไม่มีข้อจำกัดด้านวัย วัฒนธรรม พื้นที่ พัฒนาตนเองและชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง ท้ายสุด การบริหารจัดการงานวิจัยโดยใช้ศาสตร์ด้านนิเทศศาสตร์ รศ.ดร.กำจร หลุยยะพงศ์ และคณะ ใช้เครื่องมือใหม่ เป็นการเปิดอีกมุมมองและกระบวนการนำส่งผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ที่สามารถขยายผลได้อีกมากในอนาคต สวัสดีค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Vol 22

ปี 2560

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 132

จากยุทธศาสตร์ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) มีเป้าหมายเพื่อให้สังคมไทย มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน เป้าหมายด้านความมั่นคงคือ “ประเทศไทยมีความมั่นคงทุกระดับและทุกมิติ มีความพร้อมในการป้องกันภัยคุกคามทุกรูปแบบจากภายในและภายนอกประเทศ เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก การเมืองมีเสถียรภาพ สังคมมีความสามัคคีปรองดอง ประชาชนมีความสุข และมีความมั่นคงด้านอาหาร น้ำ และพลังงาน...” มาดูกันค่ะว่างานความรู้จากผลการศึกษาวิจัยเพื่อปูพื้นฐานไปสู่สังคมไทยมั่นคง มีอะไรบ้าง...งานที่นำเสนอในประชาคมวิจัยฉบับนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่คัดสรรมาจากผลงานวิจัยจำนวนมากในฐานข้อมูลงานวิจัย ท่านที่สนใจติดตามเพิ่มเติมได้จากรายชื่องานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวิถีแห่งความมั่นคง รศ. ดร.สราวุธ ปิติยาศักดิ์ กล่าวถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ การพัฒนาระบบเพื่อจัดการกับปัญหาการโจมตีทางไซเบอร์ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศที่นำไปสู่ร่างพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งครอบคลุมความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศและเครือข่ายคอมพิวเตอร์อันกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงความมั่นคงทางการทหารและความสงบเรียบร้อยในประเทศ ด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค อาจารย์อนุสรณ์ ชัยอักษรเวช ได้เสนอรูปแบบและความเป็นไปได้ของความร่วมมือระดับอาเซียนที่มีประสิทธิภาพ ต่อกรณีการย้ายถิ่นแบบไม่ปกติของชาวโรฮิงญา และบทบาทของประเทศไทยและอาเซียนที่ควรเป็นไปอย่างรอบด้าน สมดุล และระมัดระวัง อดีตเอกอัครราชทูต สุรพงษ์ ชัยนาม ได้ฉายภาพนโยบายต่างประเทศกับความมั่นคงของชาติ ตัวอย่างอิทธิพลของปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในภูมิภาค และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ที่ชี้ขาดการกำหนดนโยบายเพื่อความอยู่รอดและความมั่นคงของประเทศ และสรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศกับความมั่นคงของชาติไว้ 5 ประเด็น ผศ. ดร.อรัญญา ศิริผล ศึกษาผู้ประกอบการจีนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำธุรกิจการท่องเที่ยวและอื่น ๆ ในประเทศไทย โดยเจาะลึกเป้าหมายชีวิต แหล่งที่มา กลยุทธ์การทำธุรกิจ นโยบายและการสนับสนุนของรัฐบาลไทย-จีน ต่อผู้ประกอบการระดับกลางและเล็กที่มีประสิทธิผลต่างกัน และคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ประกอบการระดับกลางและเล็กในธุรกิจท่องเที่ยว จะได้รับผลกระทบในระยะยาวเป็น early warning เล็ก ๆ ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว จะส่งผลรับได้ถึง SME ไทยมากน้อยเพียงไร ควรมีมาตรการรองรับอย่างไร กับดักความมั่นคงด้านการเกษตรยังติดอยู่ในวังวนปัญหาเดิม รศ. ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช เสนอทางรอดเกษตรไทยด้านการแก้ปัญหาคอขวด ข้อต่อ การสร้างตลาด การจัดระเบียบการค้า การปรับบทบาทขององค์กรด้านการเกษตร การเรียนรู้จากเพื่อนบ้าน รวมถึงการปรับการจัดการเรียนการสอนให้สามารถรับมือความเปลี่ยนแปลงทุกชนิด หากท่านสนใจติดตามผลงานวิจัยด้านความมั่นคงแบบเจาะลึก หรือในแง่มุมอื่น ๆ สืบค้นได้จากhttp://elibrary.trf.or.thค่ะ สวัสดีค่ะ

Vol 22

ปี 2560

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 131

รัฐบาลได้จัดทำกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ระหว่างปี 2560 ถึง 2579 ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนาประเทศมุ่งสู่วิสัยทัศน์....ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง.... การจะบรรลุวิสัยทัศน์ มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืนได้ รากฐานสำคัญประการหนึ่งคือ การมีความรู้ การสร้างความรู้ และการเข้าถึงความรู้อย่างทั่วหน้า ประชาคมวิจัยได้แกะรอยผลงานวิจัยที่สนับสนุนเป้าหมายและติดตามการพัฒนาประเทศตามกรอบยุทธศาสตร์ และจะได้นำเสนอผลงานวิจัยชุดแรกในฉบับ...เส้นทางสู่ความมั่งคั่ง ที่ท่านถืออยู่นี้ ชิ้นงานที่คัดสรรเป็นเพียงส่วนน้อยของผลงานวิจัยทั้งหมดของ สกว. นำมาเสนอเพื่อได้เรียนรู้มุมมอง ข้อคิด ความมุมานะ ความร่วมมือของเครือข่ายวิชาการ สร้างสรรค์เป็นต้นแบบของนวัตกรรมทั้งผลิตภัณฑ์ (product) กระบวนการ (process) และการบริหารจัดการ (management) เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์จำนวนหนึ่งที่จะหนุนเสริมให้ประเทศไทยเติบโตด้วยนวัตกรรม ผลงาน 4 ชิ้นที่นำเสนอ ประกอบด้วย SNAIL8 นวัตกรรมเพื่อสุขภาพและความงามจากเมือกหอยทาก ทีมงานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นการบรรจบกันของศาสตร์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพกับชีวเคมี พัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลนานาชาติถึง 3 รางวัล Protein marker ของบริษัท Enzmart Biotech Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพของกลุ่มวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยบูรพา ตอบสนองความต้องการใช้โปรตีนมาตรฐานในกระบวนการหาน้ำหนักโปรตีนในห้องปฏิบัติการ ผลิตภัณฑ์ลูกเดือย CT24 จากทีมวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สามารถป้องกันเซลล์มะเร็งได้ถึง 5 ชนิดอย่างมีประสิทธิภาพ และบริโภคเป็นอาหารในชีวิตประจำวันได้ ผลิตภัณฑ์สุดท้ายคือ เรือแสงสุวรรณ เป็นเรือพลังงานแสงอาทิตย์ พัฒนาโดยทีมวิจัยจากศูนย์ปฏิบัติการแห่งชาติทางทะเลที่ 4 (ตราด) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล เหมาะกับ Low Carbon Tourism ตอบสนองนักท่องเที่ยวผู้สนใจสภาพแวดล้อม บทสัมภาษณ์นักธุรกิจหญิงผู้ริเริ่มบริษัทสตาร์ทอัพก็ไม่ธรรมดา คุณวรีมน ปุรผาติ ผู้ก่อตั้งบริษัท GEN SURV เป็น System integrator ทำธุรกิจด้านหุ่นยนต์ (Robotics) เป็นข้อต่อสำคัญที่เชื่อมระหว่าง demand ความต้องการใช้งานจำเพาะอย่าง และการพัฒนาทั้ง hardware และ software รวมถึงการ identify ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ เป็นธุรกิจที่เสนอ solution ให้กับภาคอุตสาหกรรม....ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ผลงานวิจัยได้มีบทบาทเชิงเศรษฐกิจ นอกจากนี้ในปีงบประมาณ 2560 สกว. ยังได้รับงบสนับสนุนให้ดำเนินงาน “โครงการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยการวิจัยและพัฒนา” โดยสนับสนุนการวิจัยตามความต้องการของภาคเอกชนรวม 8 ชุดโครงการ คงจะมีผลงานดี ๆ ออกมาเยอะ ท้ายสุด อ.ปราโมทย์ ธรรมรัตน์ เสนอยุทธศาสตร์การสร้างทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมเพื่อการขับเคลื่อนประเทศ อาจารย์ให้มุมมองว่ายังจะต้องบ่มเพาะแนวคิดทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่การกระตุ้นระดับมัธยมศึกษาไปจนถึงการวิจัยระดับลึก ถึงระดับความก้าวหน้าทางวิชาการและวิชาชีพ ค่อนข้างยาวแต่น่าสนใจมากค่ะ พาเราออกนอกกับดักความคิด ฉบับหน้า พบกับงานวิจัยตอบเป้าหมายด้านความมั่นคง สวัสดีค่ะ

Vol 22

ปี 2559

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 130

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ได้เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นความสูญเสียใหญ่หลวงของชาติและประชาชนไทย โดยระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ประชาคมวิจัยฉบับ “ธ สถิตในดวงใจ” ได้คัดสรรบทความและกิจกรรมการวิจัยของ สกว. และเครือข่ายวิชาการ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชปณิธาน พระราชดำรัส และแนวทางทรงงาน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเกษตรและประมง การแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ การศึกษา ธรรมาภิบาล ฐานทรัพยากรดิน น้ำ อาชีพของเกษตรกรและผู้ด้อยโอกาส และอื่น ๆ ศ. ดร.อภิชัย พันธเสน ได้อัญเชิญกระแสพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2554 เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงที่สะท้อนความห่วงใยที่ทรงมีต่อพสกนิกร สกว.ได้สนับสนุนการศึกษาวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม ข้อค้นพบและข้อเสนอดังรายละเอียดในบทความ...เหลียวหลังเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในทศวรรษหน้า รศ.จุฑาทิพย์ ภัทราวาท น้อมนำแนวพระราชดำริ ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ มาใช้ในการดำเนินงานชุดโครงการวิจัยการขับเคลื่อนการพัฒนาการสหกรณ์และการค้าที่เป็นธรรม ผ่านการมีส่วนร่วม หนุนเสริม สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสมาชิกของสหกรณ์ที่มีความหลากหลายด้านภูมินิเวศ และภูมิสังคม การสร้างสรรค์นวัตกรรมทางสังคมเพื่อยกระดับขีดความสามารถของสหกรณ์ตามแนวพระราชดำริในการพัฒนา 3 ขั้นตอน งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เป็นกลุ่มการวิจัยที่ดำเนินการตามหลักการทรงงานพัฒนาชนบทคือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เน้นกระบวนการก่อนผลลัพธ์ เพื่อให้โจทย์วิจัยเป็นของชาวบ้านและชุมชนอย่างแท้จริง สามารถใช้การเรียนรู้นำไปสู่การแก้ปัญหาร่วมกัน ขยายผลสู่พื้นที่ใหม่ พัฒนาโจทย์ใหม่เป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการเชิงชุมชนที่ก้าวข้ามโครงสร้างและกรอบความคิดที่แข็งตัว ประชาคมวิจัยขอนำเสนอกรณีตัวอย่าง 4 ภูมิภาคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่าง ๆ กัน ด้านเกษตร ประมง และสิ่งแวดล้อม สกว. ได้สนับสนุนการวิจัยพัฒนาพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้เพื่อลดมลภาวะจากถุงเพาะชำในกระบวนการผลิตพืชเศรษฐกิจ ผลงานวิจัยเกี่ยวกับปลานิลพระราชทานให้ได้ระบบผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ผู้ประกอบการทุกระดับ การพัฒนาระบบปลูกผักปลอดภัยในโรงเรือน การปรับปรุงพันธุ์สตรอว์เบอรีพันธุ์พระราชทานเพื่อสุขภาพ ด้วยตระหนักถึงความยั่งยืนในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สกว. ได้เสนอและได้รับอนุมัติให้ดำเนินการโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ในปี 2539 เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เป้าหมายของโครงการเพื่อการพัฒนาประเทศระยะยาว เน้นการผลิตผู้สร้างความรู้ ให้เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมของประเทศ ขณะนี้ดำเนินการมาครบ 20 ปี และมีแผนงานสู่ระยะที่ 2 (2560-2579) บัณฑิต คปก. หลายรุ่นได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแรงบันดาลใจที่ได้รับจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเรา พระอัจฉริยภาพด้านสิ่งประดิษฐ์ เป็นที่ประจักษ์ชัดต่อคนไทย ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสร้างสรรค์นวัตกรรมจำนวนมาก และได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และสิทธินวัตกรรมออกแบบถึง 11 ฉบับ จากการสืบค้นรายละเอียดโดยอาจารย์ ปราโมทย์ ธรรมรัตน์ เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่า แนวพระราชดำริ พระราชดำรัส และแนวทางทรงงานผ่านโครงการในพระราชดำริทั้งหลายครอบคลุมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals; SDGs) เกือบทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงช่วงเวลาที่ทรงคิด และ ทรงทำ ล้ำหน้าถึง 50 ปี ...ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์... ข้าพระพุทธเจ้า กองบรรณาธิการ ประชาคมวิจัย

Vol 22

ปี 2559

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 129

ความมั่นคงด้านพลังงาน (energy security) เป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ประชาคมวิจัยฉบับนี้จะมา update สถานการณ์พลังงานของประเทศไทย รวมถึงทางเลือกและความเสี่ยงของความมั่นคงด้านพลังงาน รศ. ดร.ศุภชาติ จงไพบูลย์วัฒนะ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ประสานงาน “โครงการร่วมสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนา กฟผ.-สกว.” ฉายภาพพลังงานที่ใช้ในภาคเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชยกรรมและครัวเรือน แหล่งที่มาของพลังงานแต่ละชนิด ต้นทุน ความแปรปรวนและความเสี่ยง ความจำเป็นในการวางแผนด้านพลังงานให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย การเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง แม่นยำ จากผลการศึกษาวิจัยเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายทุกระดับ ด้านพลังงานทางเลือก ศ. ดร.ธนัญชัย ลีภักดิ์ปรีดา และคณะ สังเคราะห์ข้อมูลการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมว่ามีข้อดีด้านการติดตั้งและผลิตกระแสไฟฟ้าได้รวดเร็ว ไม่ก่อมลภาวะจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของชุมชนในระยะยาว ประเทศไทยมีพื้นที่เหมาะสมต่อการติดตั้งกังหันลมทั้งบนบกและในทะเล พลังงานชีวมวล เป็นพลังงานทดแทนอีกชนิดหนึ่งที่มีศักยภาพสูงในประเทศไทย ดร. มะลิวัลย์ หฤทัยธนาสันติ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิจัยเกี่ยวกับไม้โตเร็วที่ควรปลูกเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก พบว่าประเทศไทยมีพื้นที่ที่มีศักยภาพในการปลูกไม้โตเร็วโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตพืชอาหารและอุตสาหกรรมอื่น ถึงกว่า 4 ล้านไร่ ผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลได้ถึงกว่า 2,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม การแนะนำต้องคำนึงถึงชนิดพืชที่เหมาะสมและผลตอบแทนที่เกษตรกรพึงได้รับด้วย พลังงานน้ำ เป็นอีกหนึ่งพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพสูง การพัฒนาโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก เหมาะสมที่จะนำมาเป็นพลังงานไฟฟ้าสำหรับชุมชนรอบเทือกเขาต่าง ๆ ผศ.พยอม รัตนมณี ประเมินศักยภาพโดยรอบพื้นที่เทือกเขาหลวงได้ว่า สามารถนำมาสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กได้ถึง 95 แห่ง ในเขตนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี มีกระบวนการพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชน และความพร้อมขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่จะเป็นต้นแบบ ขาดแต่งบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างจากภาครัฐ พลังงานจากถ่านหิน ปัญหา ข้อเท็จจริงและความจำเป็น ของ ดร.บุญรอด สัจจกุลนุกิจ ผู้ศึกษาโครงสร้างองค์กรถ่านหินต่างประเทศและบริบทประเทศไทย ได้เสนอโครงสร้าง “องค์กรการจัดการถ่านหินในประเทศไทย” เพื่อดำเนินการตั้งแต่นโยบาย กำกับตรวจสอบ ส่งเสริม พัฒนาองค์ความรู้ และการมีส่วนร่วมของสังคม ท้ายสุด พลังงานนิวเคลียร์ ที่คณะวิจัยได้นำเสนอในมิติทางสังคมศาสตร์ของกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเพื่อประกอบการตัดสินใจใช้พลังงานนิวเคลียร์สำหรับผลิตไฟฟ้าอย่างปลอดภัยว่ามีช่องว่าง ความเสี่ยงและข้อน่ากังวลที่ควรพิจารณาแนวทางการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงนั้น ๆ ในอนาคต พบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดีค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Telephone

02 278 8200

Address

ชั้น 14 อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400