วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม

จดหมายข่าว “ประชาคมวิจัย” ที่มีมาต่อเนื่องยาวนานไม่ได้หายไปไหน หากแต่เราเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหาสาระและปรับเปลี่ยนเป็น “วารสารองค์กร” ที่เน้นเนื้อหาการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจใหม่ขององค์กรที่ยกระดับสู่การมองเชิงระบบของประเทศ ภายใต้ชื่อวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TSRI Research and Innovation Society” โดยจะพบกับท่านผู้อ่านทุก 3 เดือน

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 4

บรรณาธิการแถลง : ขวัญลดา จันทร์ทรงกลด รักษาการรองผู้อำนวยการหน่วยข้อมูลและสำนักงานผู้อำนวยการ ด้านยุทธศาสตร์การสื่อสาร สกสว. สวัสดีท่านผู้อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมทุกท่านค่ะ สังเกตว่าระยะนี้ฝนตกค่อนข้างมาก แต่เริ่มเปลี่ยนแนว เลิกเป็น “ฝนเวลาราชการ” คือ ตกตอนเช้า ๆ แล้วก็หยุด แล้วพอใกล้จะเลิกงานก็ตกอีกรอบ แบบที่เคยเป็นมา ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบนั้นจริงไหม หรือเป็นเพราะความที่ช่วงนี้ WFH กันเป็นล่ำเป็นสันมากขึ้น จนทำให้ไม่ว่าฝนจะตกเวลาไหนก็อยู่บ้านอยู่ดี เป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมกับยุคโควิดเป็นดังนี้แล้ว ธีมหลักของวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 4 ประจำเดือนกรกฎาคม - กันยายน 2564 นี้ จึงขอนำเรื่องเกี่ยวกับโควิด 19 ในหลาย ๆ มุมมาแบ่งปันค่ะ เริ่มต้นด้วยการย้อนเวลาไปยุคอารยธรรมโบราณ เพื่อศึกษาว่าโรคระบาดในแต่ละสมัยนั้นนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่โลกอย่างไรบ้าง และเมื่อมาถึงวันนี้ ประเทศไทยได้มีกรอบสังเคราะห์งานวิจัยในประเด็น COVID-19 อย่างไร แล้วในส่วนของกองทุนส่งเสริม ววน. เองนั้น มีการนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตโควิด 19 อย่างไรบ้าง นอกจากนี้ กอง บก. ยังขอนำเสนอมุมมองทางด้านสังคมศาสตร์ ว่าด้วยเรื่องภาษากับโควิด มาเพิ่มเติมความครบถ้วนของคอลัมน์ Highlight ฉบับนี้ ในคอลัมน์ประจำอื่น ๆ ก็มีเรื่องราวน่าสนใจมาเล่าสู่เช่นเคยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น That’s Good ว่าด้วยเรื่องของ REE หรือธาตุหายาก จะใช้ให้เป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนได้อย่างไร หรือมาชวนตั้งคำถามว่า โควิด จะถือเป็นภัยร้ายแรงที่สุดต่อมนุษย์หรือไม่ ใน For The Future และใน Story Touring ก็พาผู้อ่านออนทัวร์ลงไปภูเก็ต เพื่อถ่ายทอดว่า กองทุน ววน. นั้นได้มีการหนุนการท่องเที่ยวไทยอย่างไรบ้าง ในการที่จะรับมือกับโควิด ส่วน Community Networking ก็มีข่าวสารน่ารู้จากสามหน่วยงานอย่าง หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มาบอกเล่าถึงความก้าวหน้าในแต่ละด้านที่ต่างรับผิดชอบดูแลอยู่ และปิดท้ายด้วยคอลัมน์ Subscribe-Like-Share โดยในฉบับนี้เราได้รับเกียรติจาก รศ. ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. มาแบ่งปันมุมหนึ่งของชีวิตที่คำว่า Balance ถือเป็นเรื่องสำคัญ จะเป็นสิ่งใดนั้นที่สามารถ Share ให้ท่านผู้อ่านรู้สึกว่า Like และอยากจะ Subscribe บ้าง ขอเชิญติดตามในเล่มค่ะ สุดท้ายค่ะ เรื่องใหม่ ๆ ที่นำมาบรรจุไว้ในฉบับนี้มีด้วยกันถึงสองเรื่องค่ะ เรื่องแรกนั้น ท่านผู้อ่านอาจจะพอสังเกตได้ตั้งแต่หน้าปกแล้ว ว่า สกสว. ได้เปลี่ยนมาใช้โลโก้ใหม่โดยจะมีที่มาที่ไปอย่างไรนั้น กอง บก. ได้สรุปมาเล่าให้ฟังในคอลัมน์ TSRI’s Story ค่ะ และอีกเรื่องนั้นก็คือคอลัมน์น้องใหม่ TSRI Voices ที่จะเป็นพื้นที่อิสระ โดยในครั้งนี้บุคลากรจาก สกสว. ก็ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปัน ร่วมรับรู้ความรู้สึก ตลอดจนเป็นกำลังใจให้กันและกัน เพราะเราเชื่อว่าในเวลาอย่างนี้ ที่ทุกคนล้วนแต่พบความเปลี่ยนแปลง และตามมาด้วยความเครียด บ้างมาก บ้างน้อย แต่ก็ยังไม่ท้อกับการปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบของตน กำลังใจแม้จะเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หยิบยื่นให้กันย่อมให้ผลดีต่อใจอย่างแน่นอนค่ะ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมฉบับ E-book ได้ ที่นี่

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 3

บรรณาธิการแถลง : ขวัญลดา จันทร์ทรงกลด สวัสดีค่ะ พบกันอีกครั้งสำหรับวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 ประจำเดือนเมษายน – มิถุนายน 2564 ค่ะ ในช่วงเวลาที่น่าจะร้อนที่สุดของปีสำหรับประเทศไทยแบบนี้ เราก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจภายใต้ธีมที่ฮอตฮิตไม่แพ้กันอย่าง Research to Market มานำเสนอในแง่มุมต่างๆ โดยตั้งต้นตั้งแต่มุมมองของหน่วยวางนโยบาย เรื่อยไปจนถึงภาคเอกชน เพื่อให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้จนเกิดประโยชน์ งานวิจัย ทำไปแล้วได้อะไร? วิจัยแล้วก็วางไว้บนหิ้ง.. จริงหรือไม่? คำถามเหล่านี้เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านเคยได้ยินกันมาแล้ว และแม้จะเป็นคนในแวดวงการวิจัยเอง ในบางครั้งก็ยังอาจจะมีความลังเลสงสัยเกิดขึ้นในใจเช่นกัน ทีมกองบรรณาธิการ ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม จึงรับหน้าที่คลายความสงสัยของทุกท่าน โดยเริ่มจากบทสัมภาษณ์พิเศษของตัวแทนจาก 3 ภาคส่วน อันได้แก่ สกสว. - รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. PMU - รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการ บพข. และ ภาคเอกชน - นายวนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ที่ปรึกษา กสว. และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) สำหรับคอลัมน์ประจำอื่นๆ ก็อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่หลากหลาย เริ่มตั้งแต่ That’s Good สาระวิชาการทางวิทยาศาสตร์ ที่ไม่เพียงแต่พาเรามองไปข้างหน้า แต่ยังนำประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องมาเล่าร้อยอย่างสนุกสนาน ผ่านสตอรี่ของ “มะเขือเทศป่าถึงมะเขือเทศ GMO” คอลัมน์ For The Future มาชวนคิดถึงประเด็นคลาสสิกที่ว่า “เลือกเกิดไม่ได้ แล้วเลือกเป็นได้แค่ไหน?” ซึ่งเมื่อพูดถึงประเด็นนี้อาจจะนึกถึงแง่มุมของศาสนา ปรัชญา และวัฒนธรรมนำมาก่อน แล้วถ้าในมุมของวิทยาศาสตร์ล่ะ? จะมีคำตอบอย่างไรต้องไปติดตาม ส่วนคอลัมน์ Ignite by Innovation ก็มีงานวิจัยที่แปลกใหม่และชวนให้อมยิ้มอย่างเรื่อง “กุ้งแปลงเพศ” มาเล่าสู่กันฟัง และปิดท้ายที่การไปร่วมสังเกตการณ์ การประชุม ระดมความเห็นกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ “พลิกโฉมประเทศไทยไปสู่ เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน” มีหมุดหมายที่สำคัญอะไรบ้างนั้นติดตามได้อย่างครบถ้วนในคอลัมน์ Story Touring ค่ะ สำหรับคอลัมน์ Community Networking ในฉบับนี้ กองบรรณาธิการขอแนะนำให้รู้จักกับ Innovative House กองกำลังสำคัญที่มีภารกิจในการสนับสนุน SME ไทย และ Tech2Biz แพลตฟอร์มจับคู่แนวใหม่ที่น่าจะได้ใจนักวิจัยและผู้ประกอบการ รวมไปถึงข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์จาก คุณปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม (NIA) ที่มีต่อการ “ขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมสู่การพัฒนาประเทศ” และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือคอลัมน์ใหม่ล่าสุด Subscribe – Like – Share พื้นที่สบายๆ สำหรับแลกเปลี่ยนเรื่องราวจากผู้คนในเครือข่าย ววน. โดยฉบับนี้ขอประเดิมกันที่หนังสือเล่มโปรดของ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. จะเป็นเรื่องใดนั้น อยากให้ทุกท่านลองพลิกไปอ่าน อาจจะตรงใจเป็นเล่มเดียวกัน หรืออาจจะจุดประกายให้ไปหามาอ่านบ้างก็เป็นได้ หวังว่าผู้อ่านจะได้รับสาระและประโยชน์จากวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมอย่างเต็มอิ่ม และร่วมมือร่วมใจพัฒนาไปสู่สังคมฐานความรู้ร่วมกับชาว สกสว. ต่อไป และขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังใจที่เข้มแข็งในการที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งยุคโควิดไปด้วยกัน .. ไม่ประมาท การ์ดอย่าตกนะคะ ขอบพระคุณค่ะ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมฉบับ E-book ได้ ที่นี่

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 2

บรรณาธิการแถลง : อมรรัฏค์ เจริญโชติธรรม สวัสดีค่ะ ชาวประชาคมวิจัยและหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม พบกันอีกครั้งสำหรับ วารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” โฉมใหม่ ในปีที่ 2 ฉบับที่ 2 (มกราคม - มีนาคม 2564) กับธีม “สร้างองค์ความรู้....สู่เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า” หรือที่ในแวดวงวิจัยรู้จักกันดีในชื่อ Frontier Research และแน่นอนว่าเรามีเรื่องราว ความรู้ ที่น่าสนใจมานำเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบความเคลื่อนไหวในแวดวงวิจัย ตลอดจนแผนยุทธศาสตร์และการจัดสรรงบประมาณการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ Frontier Research พิเศษสำหรับฉบับนี้ เปิดตัวด้วยบทสัมภาษณ์ ดร.กาญจนา วานิชกร รองผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ที่จะทำให้เข้าใจถึง Frontier Research ของประเทศกับทิศทางการลงทุนด้านการวิจัยขั้นแนวหน้า ตามติดด้วยบทความเชิงวิชาการที่สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าของงานวิจัยขั้นแนวหน้า หรือ Frontier Research ในไทยและต่างประเทศ จากบทความเรื่อง “กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เวบบ์ ที่ใหญ่ที่สุดและทรงประสิทธิภาพที่สุดในประวัติศาสตร์” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุทัศน์ ยกส้าน บทความเรื่อง “5 เทคโนโลยีแห่งอนาคต: อัปเดต” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล และบทความเรื่อง “นาโนคาร์บอน...วัสดุขั้นสูงเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ที่พลาดไม่ได้เลยกับความเคลื่อนไหวของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้ผู้นำทัพคนใหม่ในการขับเคลื่อนระบบ ววน. ของท่านผู้อำนวยการ รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ซึ่งมีทีมบริหารใหม่พร้อมกับการปรับโครงสร้างองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานที่ท้าทาย กับบทสัมภาษณ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์เชิญโชค สอนขวัญ รองผู้อำนวยการด้านการบริหารและพัฒนาองค์กร ติดตามอ่านได้ในบทสัมภาษณ์เรื่อง “ปฏิรูปโครงสร้าง สกสว. เพื่อส่งมอบคุณค่าให้ระบบ ววน. ของประเทศ” หวังว่าท่านผู้อ่านคงได้รับสารประโยชน์จากวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ฉบับนี้อย่างเต็มอิ่ม และร่วมพัฒนาไปสู่สังคมฐานความรู้ ร่วมกับชาว สกสว. ต่อไปนะคะ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ในรูปแบบ E-Book

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 2 ฉบับที่ 1

สัมภาษณ์พิเศษ โดย ขวัญชนก ลีลาวณิชไชย ศาสตร์ และ ศิลป์ ของนักคิด นักวิจัย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “ความเจริญก้าวหน้าของประเทศที่เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางสังคมให้มองเป็นเรื่องปกติ” เป็นคำปรารภช่วงปิดท้ายบทสนทนาที่ ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ได้เปิดโอกาสให้พวกเรามาเยือนในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ จากการรับฟังมุมมองของท่านในฐานะที่เคยเป็นนักวิจัย นักวิชาการที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐมนตรีที่ชื่นชอบการลงพื้นที่จริง มีแนวคิดตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าอยากทำนุบำรุงศิลปวิทยาการทุกด้าน และ อว. ไม่ควรเป็นแค่กระทรวงด้านอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่อยากเห็นเป็นกระทรวงแห่งศิลปวิทยาการด้วย...“นักคิด” วัย 66 ปีที่ผ่านประสบการณ์การเดินทางทั้งในและต่างประเทศมาแล้วทั่วโลก มีวิธีคิดที่ผสานความเป็น “ศาสตร์และศิลป์” อย่างไรบ้างผ่านนโยบายการทำงานในฐานะที่ต้องดูแลกระทรวง อว. กระทรวงใหม่ของประเทศนี้ อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรมฉบับ E-book ได้ ที่นี่

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 1 ฉบับที่ 3

บรรณาธิการแถลง : อมรรัฏค์ เจริญโชติธรรม สวัสดีค่ะ ชาวประชาคมวิจัยและหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม วารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม - กันยายน 63) นี้ เรามีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมานำเสนอให้ผู้อ่านได้รับความรู้และทราบความเคลื่อนไหวในแวดวงวิจัยหลายเรื่องราว ฉบับนี้ธีมหลัก คือ “ออกแบบแผน(ที่)วิจัย...ประเทศไทยไปทางไหนดี?” เป็นคำถามที่ได้นักวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายท่านจะมาร่วมให้แนวทางคำตอบในคอลัมน์ต่างๆ อาทิ คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ “ปักหมุด...เส้นทางหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง” ที่สะท้อนทัศนะของผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ที่คร่ำหวอดในวงการวิจัยไทย ได้แก่ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ ศ. ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา รศ. ดร.ศิริเดช บุญแสง และ รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ซึ่งท่านได้กล่าวถึงทิศทางงานวิจัยในแต่ละด้านที่กำลังดำเนินไปข้างหน้าและปลายทางจะเป็นอย่างไร คอลัมน์ สัญญาณอนาคต สู่การขับเคลื่อนระบบวิจัยไทย เป็นบทสัมภาษณ์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการภารกิจการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และกรอบงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ดร.ปุ่น ได้ฉายภาพวิธีการวางเป้าหมายที่ต้องทำในการขับเคลื่อนเชิงระบบและเชื่อมโยงระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่เรียกว่า “STEEP” จะเป็นอย่างไร...ห้ามพลาดค่ะ คอลัมน์ประจำอื่นๆ ที่ไม่ควรพลาด That’s good สาระเชิงวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่ายในเล่มนี้ นำเสนอเรื่อง “กา : นกที่มี IQ ระดับสุดยอด” คอลัมน์ For The Future : ทฤษฎีใหม่ ดีเอ็นเอ ไม่ใช่ ‘พิมพ์เขียว’ ของชีวิต คอลัมน์ Ignite by Innovation ฉบับนี้ห้ามพลาดกับเรื่อง “เอ็นอาร์ไอไอเอส (NRIIS) ระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ” คอลัมน์ Story touring ในเรื่อง “วิจัยแก้จน ดัน ‘โคราชโมเดล’ สู่ ‘อีสาน 4.0’” ปิดท้ายด้วยคอลัมน์ Community Networking ที่จะพาผู้อ่านไปรู้จักหน่วยงานในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยฉบับนี้จะพาไปทำความรู้จัก 4 หน่วยงานที่สำคัญ ได้แก่ อพวช. หรือ “องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตชั้นนำในอาเซียน และอีกหน่วยงานหนึ่งคือ สดร. หรือ สถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แค่เกริ่นชื่อเรื่องในคอลัมน์ต่างๆ ก็ยิ่งน่าติดตามนะคะ หวังว่าท่านผู้อ่านคงได้รับสาระประโยชน์จากวารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TRSI Research and Innovation Society” ฉบับนี้อย่างเต็มอิ่มและร่วมพัฒนาไปสู่สังคมฐานความรู้ร่วมกับชาว สกสว. ต่อไป อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ในรูปแบบ E-Book

วารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ปีที่ 1 ฉบับที่ 2

บรรณาธิการแถลง : อมรรัฏค์ เจริญโชติธรรม สวัสดีค่ะ ชาวประชาคมวิจัยและหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม วารสาร “ประชาคมวิจัยและนวัตกรรม” หรือ “TSRI Research and Innovation Society” โฉมใหม่ ฉบับนี้เป็นฉบับที่ 2 (เมษายน - มิถุนายน) เรามีเรื่องราวดีๆ มานำเสนอให้ผู้อ่านได้รับความรู้และทราบความเคลื่อนไหวในแวดวงวิจัยหลากหลายเรื่องราว ธีมหลักของฉบับนี้เราเกาะกระแสโลกไปกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องและส่งผลกระทบกับคนทั้งโลก นั่นคือ Covid-19 วารสารประชาคมวิจัยฉบับนี้จึงนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ภายใต้ชื่อ “บริหารจัดการงบประมาณสำหรับเรื่องเร่งด่วนของประเทศ Covid-19” เนื้อหาสาระดีๆ ที่ไม่ควรพลาดเลยสำหรับชาวประชาคมวิจัย ประกอบด้วยบทสัมภาษณ์จาก ศ. นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง “วิกฤต คือ โอกาส...บทพิสูจน์หลังรีโนเวทครั้งใหญ่...ระบบวิจัยไทย” ซึ่งท่านได้สะท้อนมุมมองถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการจัดสรรงบประมาณของประเทศในกรณีเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องอาศัยการวิจัยและการพัฒนาอย่างเร่งด่วนกับเหตุการณ์การระบาดของ Covid-19 ตลอดจนการนำผลการวิจัยและพัฒนามาผลิตให้ได้ผลิตภัณฑ์ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับโรคนี้อย่างเร่งด่วน ซึ่งกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (TSRI FUND) ต้องสามารถยืดหยุ่นในการจัดสรรงบประมาณในสถานการณ์เช่นนี้ได้ ตามมาติดๆ ด้วยบทสัมภาษณ์ รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล รองผู้อำนวยการด้านนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ สกสว. ในเรื่อง “สกสว. เสนอโปรแกรมที่ 17 แก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ” ได้เล่าให้ทราบถึงการปรับนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยการเพิ่มโปรแกรมที่ 17 จากเดิมที่มี 16 โปรแกรม เพื่อรองรับปัญหาในเหตุการณ์วิกฤต Covid-19 โดยมีกระบวนการออกแบบการทำงานอย่างมีส่วนร่วมกับเครือข่ายภาคีประชาคมวิจัย และหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย (PMU) เพื่อร่วมกันกำหนดแผนและกรอบการทำงานภายใต้โจทย์วิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อกล่าวถึงการกำหนดแผน นโยบายในการวิจัยและพัฒนาแล้ว ที่ขาดไม่ได้เลยที่ต้องกล่าวถึงควบคู่ไปคือ “การจัดสรรงบประมาณ” ซึ่งท่านผู้อ่านติดตามจากบทสัมภาษณ์เรื่อง “ออกแบบการจัดสรรงบวิจัย รับสถานการณ์วิกฤต” โดย ศ. ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง รองผู้อำนวยการด้านการบริหารงบประมาณ สกสว. ซึ่งจะมาเฉลยว่าทำไมประเทศต้องลงทุนกับงานวิจัย อ่านวารสารประชาคมวิจัยและนวัตกรรม ในรูปแบบ E-Book

จดหมายข่าวประชาคมวิจัย

จดหมายข่าวราย 2 เดือนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบให้แก่ กลุ่มนักวิจัย นักวิชาการ นักศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป รวมถึงผู้สนใจทั่วไปได้รับทราบความเคลื่อนไหวของงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว.

Vol 21

ปี 2558

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 122

ประชาคมวิจัยฉบับส่องโลกมุสลิม เป็นการรวบรวมผลงานวิจัยและบทสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อมุสลิมและอิสลาม หลายประเด็น หลายแนวทางตั้งแต่...เรียนรู้วัฒนธรรมตะวันออกกลางเข้าใจวิถีอาหรับ...รู้จักการเงินอิสลามที่มีลักษณะพิเศษต่างไปจากการเงินในระบบที่คุ้นชิน พร้อมข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลของการเงินอิสลามที่กำลังมีบทบาทสำคัญในเวทีการเงินระหว่างประเทศด้วยกลยุทธ์เชิงรุก...โอกาสของแบรนด์อาหารฮาลาลไทยในตลาดตะวันออกกลาง มีข้อเสนอแนะเพื่อการปรับตัวทั้งต่อผู้ประกอบการและภาครัฐ...จุดขายและความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาด Medical Tourism สำหรับนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง งานวิจัยอีกชิ้นที่จะช่วยให้สังคมเข้าใจมุสลิมรุ่นใหม่มากขึ้นเป็นเรื่องเยาวชนมุสลิมกับความเป็นสมัยใหม่ : การปะทะต่อรองทางอัตลักษณ์และพลวัตทางสังคม...สะท้อนมุมมองของเยาวชนมุสลิมต่อวิถีชีวิตปัจจุบัน ทัศนคติต่อการเป็นมุสลิมที่ดี การดำรงชีวิตและรสนิยมกับการดำรงอัตลักษณ์ความเป็นมุสลิม ความพยายามผสมผสานมาตรฐานของความเป็นมุสลิมเข้าเป็นอัตลักษณ์ใหม่ ตามที่ผู้วิจัยได้สรุปไว้ ศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรทิพย์ นาถสุภา เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ได้กรุณาให้เราได้ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศไทย ผ่านประสบการณ์การทำงานวิจัยตั้งแต่ปี 2516 ท่านให้ข้อคิดสำคัญหลายประการที่จะขอหยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง ประการแรก คือ historical approach สำคัญที่สุดในการศึกษาสังคม ซึ่งหมายรวมถึงเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ประการที่สอง เป็นข้อเตือนใจนักวิจัยคือ การหาข้อมูลจากเอกสารชั้นต้น ต้องอ่านให้ครบถ้วน ประการที่สาม การสร้างเครือข่าย ทำงานเป็นทีม ประการที่สี่ หากจะพัฒนาสังคมไทยแท้จริง และพัฒนาอย่างชอบธรรม ต้องเอาชาวบ้านเป็นตัวตั้ง ข้อนี้สรุปตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งเป็นปีที่ สกว. ได้เริ่มออกแบบและสนับสนุนงานวิจัย Community Based Research จนถึงปัจจุบัน ดิฉันมีความยินดีที่จะแจ้งว่า ประชาคมวิจัยจะฟื้นคอลัมน์ การบริหารจัดการงานวิจัย เพื่อนำเสนอรูปแบบการบริหารจัดการงานวิจัยจากประสบการณ์ทั้งของ สกว. และภาคี เครือข่าย ...อีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาระบบวิจัยของประเทศ มุ่งเน้นการจัดการงานวิจัย พร้อมเครื่องมือและกลไกการนำส่งผลสู่ผู้ใช้ประโยชน์ค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharat@trf.or.th

Vol 20

ปี 2558

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 121

การอพยพย้ายถิ่นฐานจนเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในหลายประเทศ มีเหตุความไม่เท่าเทียมเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ก่อเกิดปัญหาความขัดแย้ง รายงานของ UNDP ที่กล่าวถึงกว่าร้อยละ 50 ของประชากรบนโลกอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่งในฐานะของชนกลุ่มน้อย และถูกเลือกปฏิบัติ ถูกกีดกัน ทำให้พอมองเห็นภาพ “ขนาด”ของความแตกต่างด้านชาติพันธุ์ ศาสนา วัฒนธรรม ภูมิหลัง ที่อาจส่งผลกระทบต่อการอยู่ร่วมกันในประเทศหนึ่ง ๆ ประชาคมวิจัยฉบับนี้ มุ่งเน้นนำเสนอผลงานวิจัยด้านชนกลุ่มน้อยในอาเซียน เพื่อทำความเข้าใจชนกลุ่มน้อยในสมาชิกอาเซียนกับกลุ่มเดียวกันในเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์และปรากฏการณ์การอยู่ร่วมกัน เช่น คนมาเลเซียเชื้อสายไทยกับคนเชื้อสายมลายูในไทย...รู้จักมุสลิมฮ่อในสังคมไทยล้านนา ที่มีการผสมกลมกลืนอย่างซับซ้อน ที่ดำรงอัตลักษณ์ของพ่อค้าจีน อัตลักษณ์ของมุสลิมไทยที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นกลางไทย และอัตลักษณ์ของมุสลิมข้ามชาติ...ชนชาวจามในกัมพูชา สามารถอยู่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองกัมพูชา โดยมีปัจจัยเกื้อหนุนสำคัญทั้งราชวงศ์ รัฐบาล ชาวกัมพูชา และชาวจาม...ท้ายสุด โรฮีนจา ในฐานะชนชายขอบของประเทศเมียนมา ทัศนคติเชิงลบของสังคมเมียนมาต่อโรฮีนจา...ทั้งหมดเป็นบทเรียนสำคัญว่า การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ จะเกิดได้เมื่อมีการยอมรับความแตกต่าง และการสานสัมพันธ์กัน ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ได้เสนอแนวทาง “สันติวิธี” เป็นเครื่องมือหนึ่งของการแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนใต้อย่างสร้างสรรค์ ท่านเน้นว่า “สันติวิธี” เป็นเครื่องมือในการอยู่กับความขัดแย้งมิใช่ขจัดความขัดแย้ง และขณะนี้ไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกที่มีความขัดแย้งรุนแรงทั้ง political conflict ด้านชาติพันธุ์ และชายแดน พร้อม ๆ กัน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สังคมไทยต้องศึกษาวิจัยค้นหาความจริง ทำความเข้าใจกับสาเหตุความซับซ้อน และพัฒนาการถึงสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อการเตรียมการและรับมือด้วยสันติวิธี อย่างที่รัฐบาลไทยเคยทำสำเร็จมาแล้วในกรณีอื่น นี่เป็นอีกหนึ่งชุดงานวิจัยที่ สกว. สนับสนุนเพื่อสร้างสรรค์ปัญญา ของสังคมไทย สวัสดีค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharat@trf.or.th

Vol 20

ปี 2558

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 120

การท่องเที่ยวมีมิติซับซ้อนเกินกว่าคนทั่วไปจะทำความเข้าใจได้ครบถ้วน มิติตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวและจำนวนนักวิจัย ตีความเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ พอใจกับลำดับที่ 7 ของประเทศที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดในโลก หรือลำดับที่ 3 เมื่อเทียบจำนวนนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศอาเซียน มีบันไดตัวเลขเชิงเปรียบเทียบที่ทั้งต้องพยายามรักษาตำแหน่งเดิมพร้อมไปกับการสร้างสถิติใหม่ ประชาคมวิจัยฉบับ...เที่ยวเมืองไทย สไตล์ยั่งยืน...รวบรวมผลงานวิจัย ข้อคิดเห็น บทสัมภาษณ์นักวิจัยและผู้เกี่ยวข้อง โดยเน้นเป้าหมายและกระบวนการที่มีชุมชนเป็นองค์ประกอบสำคัญ ทั้งในฐานะผู้ “ถูกเที่ยว” ผู้พิทักษ์รักษาทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรม บ่อยครั้งที่การท่องเที่ยวกลายเป็นภาวะคุมคามวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชุมชน ท่านจะได้รับทราบมุมมองจากประสบการณ์ที่หลากหลายตั้งแต่ระดับประเทศ ถึงระดับชุมชน การปรับตัว การเรียนรู้ร่วมกันผ่านงานวิจัย ตัวอย่างเช่น การท่องเที่ยวเชิงนิเวศแบบสร้างสรรค์ @เขาใหญ่ เสนอกิจกรรมท่องเที่ยวและข้อเสนอระบบการวางแผนและบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งขยะ น้ำ และเสียง รวมถึงการลดความสิ้นเปลืองพลังงาน...ในขณะที่มีข้อเสนอสำหรับ “วังน้ำเขียว” ว่าไม่ควรให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นเป้าหมายเพียงอย่างเดียว แต่ควรมีการคุ้มครองบำรุงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงวัฒนธรรม เพื่อลดผลกระทบและสร้างความยั่งยืนต่อแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก... การที่ชุมชนได้พัฒนาระบบบริการนำเที่ยวและการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านหนองแม่นา อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จนเป็นแหล่งเรียนรู้และพื้นที่ปฏิบัติการทางวิชาการอย่างน่าสนใจยิ่ง....เมืองโบราณบางขลัง จังหวัดสุโขทัย และชุมชนนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์แหล่งใหม่ที่ชาวบ้านเห็นคุณค่าของเรื่องราวหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่และสามารถดำรงวิถีวัฒนธรรม ประเพณีไว้ได้ พร้อมกับการบริหารจัดการท่องเที่ยวอย่างมีอัตลักษณ์ กลายเป็นแนวทางในการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมอย่างไร้รอยต่อ...เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ท่านจะได้เรียนรู้ไปด้วยกัน บทสัมภาษณ์ ศ.ดร.มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด ช่วยให้เราได้ทำความเข้าใจกับการท่องเที่ยวแบบ lifestyle ที่ท่านให้แนวว่าเป็นการไปพักผ่อน และประกอบกิจกรรมที่ตัวเองชอบ และใช่... ในบรรยากาศที่ต่างออกไป หัวเมืองใหญ่หลายแห่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว lifestyle ไปแล้ว...อีกหลายเมืองมีศักยภาพ ถ้าออกแบบและบริหารจัดการเป็น...เที่ยวแบบนี้แน่นอนว่าต้องมีชุมชนมีบทบาทสำคัญ แต่จะทำบทบาทได้เหมาะสมมากน้อยเพียงใดต้องย้อนไปที่ความรู้ ความเข้าใจ รสนิยม ต้องไม่แปลกแยกจากกัน ผู้บริการแต่ละพื้นที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการด้านโครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม ฉบับหน้าประชาคมวิจัยจะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับความเป็นมาเป็นไปของการอยู่ร่วมกันระหว่างชนกลุ่มน้อยและชนกลุ่มใหญ่ในกลุ่มประเทศอาเซียน จะเหมือนหรือต่างจากที่ได้รับรู้ทั่วไป...โปรดติดตามค่ะ สวัสดีค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharat@trf.or.th

Vol 20

ปี 2558

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 119

เรียน ท่านผู้อ่านทุกท่าน ประชาคมวิจัยฉบับนี้ อัดแน่นด้วยเรื่องการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย ดังที่เรา ๆ ท่าน ๆ ในแวดวงวิจัยทราบกันดีว่างานความรู้ ผลงานวิจัย ถูกคาดหวังว่าจะนำไปสู่การยกระดับการพัฒนาประเทศทุกมิติ ทั้งด้านความสามารถในการแข่งขัน การลดความเหลื่อมล้ำ และไม่เป็นภาระต่อสภาพแวดล้อม นอกเหนือไปจากการยกระดับนักวิจัยสู่ระดับ world class คำถาม คือ จะทำกันอย่างไร? ให้ผลงานได้เป็นที่ประจักษ์ ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ (user) เป้าหมาย...ประชาคมวิจัยฉบับนี้มีคำตอบค่ะ ผลงานเด่น สกว. ประจำปี 2557 ที่มีการประกาศผลเป็นทางการเมื่อ 21 พฤษภาคม 2558 เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ สกว. ต่อนักวิจัยทั้ง 23 ทีม ที่ท่านได้ทุ่มเท ออกแรงคิด-ออกแบบ-ทำ-ประสาน-ผลักดัน-เชื่อมโยง จนเกิดผลงานดังปรากฏ แต่ละงาน...ท่านจะได้เห็นกรอบคิด วิธีการ ผลงานที่ใช้ประโยชน์ได้จริง จับต้องได้ และมีผู้ใช้งานจริง ๆ ดังคำจำกัดความการใช้ประโยชน์ทั้ง 5 ด้าน คือ นโยบาย สาธารณะ พาณิชย์ ชุมชนและพื้นที่ และวิชาการ ที่เกริ่นนำผลงานเด่นแต่ละชุด กองบรรณาธิการประชาคมวิจัย ขอขอบพระคุณ ศ.ดร. สมชาย วงศ์วิเศษ เจ้าของผลงานวิจัยเด่น สกว. ด้านวิชาการ ประจำ 2557 ที่ได้กรุณาประพันธ์คำกลอนมอบให้กับทุกผลงานเด่น... ถึงเป็นโล่เล็กไปไม่เลิศหรู แต่คนรู้เป็นของดีมีค่าชม...ตามที่ท่านว่าไว้ ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharat@trf.or.th

Vol 20

ปี 2557

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 118

ประชาคมวิจัยวิจัยฉบับส่งท้ายปี 2557 ขอว่าด้วยเรื่องจริยธรรม...ปัญหาอมตะของสังคมไทยและสังคมโลก เราจะดูกันว่าจริยธรรม 11 วิชาชีพของประเทศไทยมีข้อคิด มุมมอง ข้อค้นพบ และข้อเสนอแนวทาง กลไกการแก้ไขปัญหาอย่างไร...อาทิ นักกฏหมายที่ดีต้องมีจริยธรรม... การทำธุรกิจเป็นเรื่องของการสร้างความมั่งคั่ง แต่มีแนวปฏิบัติอย่างไรไม่ให้สร้างบนความล้มเหลวหรือไม่รู้ของอีกกลุ่ม อุปสรรคหนึ่งของจริยธรรมข้าราชการทหารคือ ขาดตัวอย่างที่ดี... ปัญหาหลักของจริยธรรมนักการเมือง คือ ทุจริตเลือกตั้งและฉ้อราษฎร์บังหลวง การเบียดบังเวลาราชการเป็นปัญหาจริยธรรมที่พบมากสุดของข้าราชการพลเรือน จริยธรรมวิชาชีพแพทย์ไม่แข็ง ถูกครอบงำด้วยธุรกิจยาและธุรกิจโรงพยาบาล เจ้าของทุน การเมือง นโยบายรัฐ ภาคประชาชน เป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามจริยธรรมวิชาชีพของสื่อ รศ.ดร.วริยา ชินวรรโณ ให้ข้อสรุปการวิจัยชุดนี้พร้อมความหมาย คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ มโนธรรม และธรรมาภิบาล ....บางคำเป็นกรอบคิดกว้าง ๆ หรือความรู้สึก ในขณะที่บางคำเป็นหลักและแนวทางปฏิบัติ หลายท่านอาจจะสังเกตว่า ประชาคมวิจัยฉบับนี้ใช้คำ “Research Utilization” (RU) แทนชื่อคอลัมน์เดิม “Research Exploitation” (RE) ซึ่งความหมายไม่ต่างกันค่ะ คือ การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์...ซึ่งคำนิยามและการจัดกลุ่ม Research Utilization 5 ด้าน จำแนกตามกลุ่มผู้ใช้งาน จะได้นำมากล่าวถึงในฉบับต่อไป จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharat@trf.or.th

Vol 20

ปี 2557

thumbnail
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 117

การทุจริตคอร์รัปชัน ถือเป็นปัญหาสำคัญที่สุดปัญหาหนึ่งของสังคมไทยในขณะนี้ก็ว่าได้ แต่ในขณะเดียวกันก็นับเรื่องที่น่ายินดีที่มีการตื่นตัวของภาคประชาชนอยู่บ้าง ที่คอย “จับตา” การจัดทำโครงการของภาครัฐในรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่โครงการขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ดูได้จากดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันในปี 2557 อันดับการคอร์รัปชันของไทยดีขึ้นมาก จากเดิมอยู่อันดับที่ 102 ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 85 จากทั้งหมด 175 ประเทศ แต่...ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะทำให้คอร์รัปชันหมดสิ้นไปจากสังคมไทย ที่ผ่านมา สกว. ในฐานะหน่วยงานที่สนับสนุนการสร้างความรู้ผ่านงานวิจัยได้สนับสนุนทุนวิจัยที่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาลและการคอร์รัปชันอยู่หลายโครงการ ข้อมูลจากงานวิจัยหลายโครงการได้ถูกตีแผ่ผ่านสื่อจนกลายเป็นประเด็นร้อนไปแล้ว อย่างเรื่องการปฏิรูประบบโทรคมนาคม กรณีโครงการรับจำนำข้าว และการคอร์รัปชันในระบบราชการไทย ในอีกมุมหนึ่งของงานวิจัยที่จะนำเสนอในประชาคมวิจัยฉบับนี้ ขอเปลี่ยนแนวไปเป็นการนำเสนอข้อมูลจากงานวิจัยในรูปแบบที่เป็นมาตรการและข้อเสนอแนะเพื่อปรับการทำงานในเชิงนโยบาย สำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงโดยเฉพาะภาครัฐ หรือถ้าผู้อ่านอยากจะดูร่องรอยความเสียหายจากการคอร์รัปชันในสารพัดรูปแบบในอดีตของคดีทุจริตสุดอื้อฉาวระดับชาติ 35 กรณี ก็สามารถดูผ่านกราฟฟิกและตัวการ์ตูนที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายจากหนังสือแนะนำ “เมนูคอร์รัปชัน” โดยทีมวิจัยของ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แคมเปญ “อย่าให้คนโกงมีที่ยืนในสังคมไทย” ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) จะเป็นไปได้หรือไม่? ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งของคนไทยทุกคน... ขวัญชนก ลีลาวณิชไชย kwanchanok@trf.or.th

Telephone

02 278 8200

Address

ชั้น 14 อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์ 979/17-21 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400