จดหมายข่าวราย 2 เดือนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบให้แก่ กลุ่มนักวิจัย นักวิชาการ นักศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป รวมถึงผู้สนใจทั่วไปได้รับทราบความเคลื่อนไหวของงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว.


Vol 26

ปี 2562

thumbnail image
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 146

ประชาคมวิจัยฉบับที่ 146 (กรกฏาคม-กันยายน 2562) เป็นฉบับส่งท้าย สกว. การลาจากภารกิจเดิมที่เน้นการบริหารจัดการงานวิจัยมีภาคีหลักคือ นักวิจัย มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัย ไปสู่ภารกิจใหม่ในฐานะ budget allocator คือการเข้าไปร่วมพัฒนาระบบวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ดังที่ ศ. นพ.วิจารณ์ พานิช ผู้อำนวยการท่านแรก ผู้ก่อตั้งและพัฒนาองค์กร สกว. ได้กรุณาให้มุมมองไว้ในบทสัมภาษณ์ในฉบับนี้ว่า งานหลักของ สกสว.คือ สร้างระบบ พัฒนาทักษะระดับหน่วยงานที่เป็น supply side ทั้งหลาย โดยการสร้างเครื่องมือใหม่ที่เป็นการจัดการระบบ ร่วมไปกับการวิเคราะห์ keypartners ใหม่ในระบบวิจัย ซึ่งเป็นงานใหม่ งานหนัก และงานยาก กองบรรณาธิการประชาคมวิจัย ได้หยิบยกโครงการใหญ่น้อยที่ปรากฏผลเป็นรูปธรรม สร้างทั้ง outcomes และ impacts รวมถึงสร้างรูปแบบการบริหารจัดการใหม่ที่มุ่งผลลัพธ์เป็น new paradigmของยุคสมัย กรณีทั้ง 6 นี้เป็นเพียงตัวอย่างความสำเร็จจำนวนน้อยของผลงานวิจัยที่ สกว. ได้ร่วมสร้างสรรค์แก่สังคมและประเทศ โครงการแรกคือ โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.)ที่เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เป็น 20 ปีแรก และแผนงาน 20 ปีที่สองระหว่าง พ.ศ. 2560-2579 เป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์การสร้างความรู้และสร้างผู้รู้ระดับปริญญาเอกของประเทศ ก่อเกิดคุณูปการทั้งด้านการลดค่าใช้จ่ายงบประมาณในการผลิต กำลังคนระดับสูงสร้างเครือข่ายวิจัยทั้งในประเทศและนานาชาติ การยกระดับขีดความสามารถของนักวิจัยไทย ผลกระทบสำคัญประการหนึ่งคือ การนำโจทย์ของประเทศไทยมาเป็นโจทย์วิจัย ทำให้การสร้างความรู้สะท้อนความเป็นจริง และมีศักยภาพปรับใช้ได้สูง การพัฒนางานวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community BasedResearch; CBR) เป็นระบบสนับสนุนการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาชุมชนโดยผู้รู้-รับปัญหาจริง ผ่านกระบวนการวิถีวิจัย ก่อเกิดชุมชนนวัตกรรมทางความคิด พัฒนาต่อยอดจากการแก้ปัญหาไปสู่การพัฒนา นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำระดับฐานราก การประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ...เป็นการวิจัยเชิงนโยบายที่บูรณาการศาสตร์หลายสาขาอย่างเป็นระบบ โครงการไม่ใหญ่ ทุนวิจัยไม่มากนัก แต่สร้างผลกระทบสูง เพราะเกี่ยวข้องกับชุดสิทธิประโยชน์ในโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า การคัดเลือกยาเข้าบัญชียาหลักของชาติ และอื่นๆ คณะวิจัยต้องคำนึงถึง ผลกระทบด้านงบประมาณ(ความยั่งยืน) ความเป็นไปได้ในการปฏิบัติ (technological feasibilityand adoption) ผลกระทบด้านสังคมและจริยธรรม ทั้งนี้อยู่บนพื้นฐานการบริหารจัดการงานวิจัยที่เข้มข้นและโปร่งใส ประเด็นน้ำท่วม น้ำแล้ง มีธรรมชาติกำกับ แต่การบริหารจัดการให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นหลักการพื้นฐานของงานวิจัยด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สกว. ได้สะสมชุดความรู้ผ่านภาคีวิจัยและเครือข่าย นำผลงานวิจัยสร้างทางเลือกและทางออกผ่านเทคโนโลยี การสื่อสาร การทำความเข้าใจและการสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง ทีมวิจัยได้รับการสนับสนุนทุน SIP ด้านสังคม-การบริหารจัดการน้ำต่อเนื่องในปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่าเป็น “IMPACT” ของผลงานวิจัยที่มีมาก่อนหน้านี้ ยางพารา เป็นปัญหาและโอกาสของเกษตรกรและอุตสาหกรรมตั้งแต่ 20 ปีก่อน ผลงานวิจัยด้านยางพาราของ สกว. มีรากฐานครอบคลุมทุกมิติของการใช้ประโยชน์ ตั้งแต่นโยบาย สาธารณะ วิชาการพาณิชย์ ชุมชนและพื้นที่ การสนับสนุนทุนวิจัยมุ่งเป้าของยางพาราได้ต่อยอดทำเป็นชุดและขยายผลถึงในปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นสู่การพัฒนาและสร้างมาตรฐานเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น กรณีศึกษาท้ายสุดเรื่องปุ๋ยสั่งตัด ดำเนินมากว่า 2 ทศวรรษจากการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ นำข้อค้นพบสู่ชุมชนเกษตรกรให้ทำได้เอง-ทำได้จริง ขยายผลการเรียนรู้ไปทั่วประเทศ สะท้อนเป็นหมุดหมายสำคัญเชิงนโยบายถึง 2 ครั้งในปี พ.ศ. 2554 และ พ.ศ. 2561กระบวนการวิจัยนี้บ่งชี้ชัดว่า ผลงานวิจัยดีๆ ต้องมี (1) โจทย์ดี(2) นักวิจัยดี (3) กระบวนการสะท้อน-feedback ดี (4) มีผู้ร่วมทางผู้ใช้ ผู้สนับสนุน (5) มีหลักฐานพิสูจน์เชิงเศรษฐกิจ (6) มีทุนวิจัยสนับสนุนต่อเนื่อง (ทั้งจากภาครัฐและเอกชน) การเดินทางไกลของ สกสว. ศ. นพ.วิจารณ์ พานิช สะท้อนมุมมองในฐานะผู้รับผิดชอบก่อตั้งและออกแบบองค์กร สกว. ว่า...สกสว. ต้อง (1) มาเป็นหัวหอกเพื่อขับเคลื่อนกลไกลักษณะนี้(รายละเอียดในบทสัมภาษณ์) ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (2) ต่อยอดงานวิจัยพื้นฐานสู่ Translational Research (3) ยกระดับการทำงานไปบริหารงานในบทบาทใหม่-ภารกิจใหม่ ทำเรื่องใหญ่-เรื่องสำคัญ(4) รู้จัก key partners อย่างถ่องแท้ และมีกระบวนการหนุนเสริมอย่างทันการณ์... สำหรับนักวิจัย การปรับระบบวิจัยครั้งนี้ถือเป็นยุคทองของนักวิจัยที่ทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศแต่ละด้าน ทุกโอกาสย่อมมีความท้าทาย... ทุกความท้าทายย่อมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง… ทุกการเปลี่ยนแปลงย่อมสร้างโอกาสใหม่… สวัสดีค่ะ

Vol 24

ปี 2562

thumbnail image
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 145

ในศุภสมัยอันเป็นมงคลในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณมหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เดือนพฤษภาคม เป็นเดือนแห่งการเปลี่ยนแปลงระบบอุดมศึกษาและวิจัยของประเทศไทย ผ่านพระราชบัญญัติจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ปรับบทบาทจาก funding agency เดิมไปรับภารกิจใหม่รับผิดชอบงานด้านวิชาการและธุรการของคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ตามมาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 การดำเนินงานของประชาคมวิจัยรอปรับเปลี่ยนโฉมตามภารกิจใหม่ขององค์กร ประชาคมวิจัยฉบับเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เป็นฉบับ 13 ผลงานวิจัยเด่นประจำปี 2561 ซึ่งได้มีพิธีมอบรางวัลผลงานวิจัยเด่น เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา การคัดสรรผลงานวิจัยเด่นใช้หลักการเดิมคือ เน้นผลงานที่ใช้ประโยชน์ได้ 5 ด้าน ประกอบด้วย ผลงานเด่นด้านนโยบาย 1 ผลงาน ด้านสาธารณะ 1 ผลงาน ด้านพาณิชย์ 4 ผลงาน ด้านชุมชนและพื้นที่ 4 ผลงาน และด้านวิชาการ 3 ผลงาน ผลงานเด่นด้านนโยบายปีนี้เป็นเรื่อง อนาคตสิมิลัน บนความสมดุลของการท่องเที่ยว เน้นการวิจัยแบบมีส่วนร่วม กำหนด-ประเมินขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวของพื้นที่ นำเสนอสู่การผลักดันเชิงนโยบายกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นตัวเอง น่าจะได้ขยายการศึกษา carrying capacity ของแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเพื่อความยั่งยืนของการท่องเที่ยวไทย ผลงานเด่นด้านสาธารณะ เน้นงานวิจัยที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อสังคมในวงกว้าง ปีนี้ได้แก่ การบูรณะโบราณสถานเพื่อรากฐานการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ทีมวิจัยมีความหลากหลายและเข้มข้นทางวิชาการจึงสามารถปรับใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์-วิศวกรรมศาสตร์ กับโจทย์ใหม่หลายรูปแบบ ผลงานวิจัยเด่นด้านพาณิชย์ 4 ผลงาน มีทั้งการสร้างมูลค่าใหม่ การสร้างพันธุ์ต่อยอดไปสู่ functional food และสร้างโอกาสใหม่ในโซ่อุปทานไก่สายพันธุ์พื้นเมือง การเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นสารเคมีเพิ่มมูลค่า และเสื้อดมกลิ่นกายอัจฉริยะ ทุกผลงานมีคุณค่าทางวิชาการและเศรษฐกิจ ผลงานวิจัยเด่นด้านชุมชนและพื้นที่ เน้นการนำความรู้ไปสร้างผลกระทบให้เกิดกับพื้นที่ รวม 4 ผลงาน ทุกงานมีกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ผลงานวิจัยร่วมเรียนรู้ ร่วมดำเนินการ ถึงร่วมพัฒนาโจทย์วิจัย ตั้งแต่การฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูกที่ปนเปื้อนโลหะหนัก-สารพิษ ที่อำเภอแม่สอด การปรับตัวของชาวนาในพื้นที่รับน้ำจนประสบความสำเร็จเป็นบางชะนีโมเดล การฟื้นฟูความสัมพันธ์แนว community-community ไทยกับกัมพูชา และการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวในกล้วยหินในพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อความอยู่รอดของเกษตรกรผู้ปลูกกล้วย และป้องกันโอกาสการแพร่ระบาดสู่พื้นที่อื่น และกล้วยพันธุ์อื่น ผลงานเด่นด้านวิชาการ 3 ผลงาน เน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องของสังคมไทย มีการเผยแพร่เพื่อการเรียนการสอน หรือต่อยอดทางวิชาการ นำไปสู่การสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรมต่อไป ผลงานประกอบด้วย นโยบายต่างประเทศไทยต่อประเทศเพื่อนบ้านในยุคสงครามเย็น สี่กรณีศึกษาเปรียบเทียบ สรุปได้ว่า เป้าประสงค์สูงสุดของนโยบายต่างประเทศทุกประเทศคือ ความมั่นคงและความอยู่รอดของประเทศชาติ ความสัมพันธ์อยู่บนพื้นฐานของการมีผลประโยชน์ร่วมกัน งานด้านการศึกษาสมุนไพรไทยและการใช้เทคโนโลยีต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ เป็นการสร้างผลงานวิทยาศาสตร์พื้นฐานโดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์เป็นเป้าหมาย ผ่านการสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการ ผลงานสุดท้ายเป็น นวัตกรรมอุปกรณ์กักเก็บพลังงานไฟฟ้าเคมีจากวัสดุผสมกราฟีนแอโรเจล วัสดุผสมที่ได้ให้ค่าการเก็บประจุสูงสุดเมื่อเทียบกับวัสดุตั้งต้น เป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาอุปกรณ์กักเก็บพลังงานในระดับโรงงานต้นแบบ สร้างเทคโนโลยีที่ใช้ได้ในหลายอุปกรณ์นำไปสู่ energy security สวัสดีค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Vol 24

ปี 2562

thumbnail image
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 144

ฝุ่นขนาดเล็ก (PM 2.5) ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑลและหลายภูมิภาคมากว่า 2 เดือน พร้อมสัญญาณบ่งชี้ว่าอาจจะกลายเป็น New Normal ก่อความกังวลทั้งระดับปัจเจก และสังคม ประชาคมวิจัยฉบับมีนาคม-เมษายน 2562 ได้ประมวลชุดความรู้ ข้อมูลทั้งจากการวิจัยโดยตรงและโดยอ้อม มาเรียงร้อยโดยผู้รู้จริงเพื่อความเข้าใจที่กระจ่างตั้งแต่ ต้นทาง : เหตุ ที่มา และผู้ก่อเหตุ ไปจนถึงปลายทางคือ ผลกระทบและแนวโน้มที่คาดว่าจะมีต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลายบทความได้เสนอแนะแนวทางเชิงนโยบาย มาตรการภาครัฐไปจนถึงมาตรการทางสังคม ...ในทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม มักจะเรียกฝุ่นละอองที่เป็นอนุภาคของแข็งซึ่งมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนว่า PM2.5 สามารถลอยอยู่ได้ในชั้นบรรยากาศและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ทางระบบหายใจและส่งผลลบต่อสุขภาพคนทั่วไปจึงเรียกว่า “ฝุ่นพิษ” ...ศ. ดร.เสริม จันทร์ฉาย และ ศ. ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ให้ข้อมูลฝุ่นละอองมีที่มาทั้งจากธรรมชาติ และจากกิจกรรมของมนุษย์แหล่งกำเนิดจากมนุษย์ เช่น ควันธูป การเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อพลังงาน ทั้งยานยนต์ อุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้า การเผาขยะ การเผาไหม้ชีวมวลต่างๆ ระดับครัวเรือนไปจนถึง การเผาเพื่อเตรียมพื้นที่การเพาะปลูกทั้งในประเทศและจากประเทศเพื่อนบ้านที่เรียกว่า ฝุ่นละอองข้ามพรมแดน (cross-boundary aerosols) ผลกระทบของฝุ่น PM2.5 มีทั้งต่อปัญหาการเจ็บป่วยของประชาชน โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ โรคถุงลมโป่งพอง หากสะสมเป็นเวลานานอาจก่อโรครุนแรง เช่น มะเร็งปอด ผลเสียทางเศรษฐกิจ เช่น ผลต่อทัศนวิสัยทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว ผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งทางตรงและทางอ้อม แนวทางแก้ไขปัญหา PM2.5 มีข้อเสนอหลายประการ อาทิ การหารือระหว่างผู้นำประเทศกลุ่มอาเซียนเกี่ยวกับ cross-boundary aerosols การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านยานพาหนะ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม การจัดทำนโยบายและสร้างแรงจูงใจจากภาครัฐ การขอความร่วมมือลดการเผาเพื่อกิจกรรมทางการเกษตร การสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจให้ใช้เครื่องจักรกลในการเก็บเกี่ยวพืชไร่ที่ใช้พื้นที่แปลงใหญ่ เช่น อ้อย เป็นต้น แน่นอนว่างานวิจัยเกี่ยวกับ PM2.5 ไม่ได้มีเพียงที่นำเสนอท่านผู้สนใจกรุณาติดตามจากฐานข้อมูลและเว็บไซต์ สกว. เพิ่มเติมได้ค่ะ การบริหารจัดการและการออกแบบงานวิจัยชนิดที่มองไปข้างหน้า มีเป้าหมายชัดเจน สร้างความรู้พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีกลไกและมาตรการเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ สร้างการตระหนักรู้ในสังคมไทย มีตัวอย่างชัดเจนประการหนึ่งคือ กลุ่มวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ สกว. เริ่มสนับสนุนตั้งแต่ปี 2549 (อ่านรายละเอียดได้จากบทความ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโจทย์ของโลก บริบทของไทย” โดย อาจารย์สุปราณี จงดีไพศาล ในหนังสือการบริหารจัดการงานวิจัยเพื่อสร้างผลลัพธ์และผลกระทบ จัดพิมพ์โดย สกว. 2561) หนังสือเล่มนี้มีรูปแบบการบริหารจัดการงานวิจัยที่ “สัมฤทธิผล” สร้าง outcome ทั้งเชิงนโยบาย สาธารณะ การสร้างเศรษฐกิจฐานราก รวม 11 กรณีศึกษา พร้อมทฤษฎีและเครื่องมือการจัดการ ที่กล่าวมายืดยาวเพื่อแนะนำรูปแบบการบริหารจัดการงานวิจัยเรื่อง “ความท้าทายในงานวิจัยด้านเศรษฐกิจสีเขียว” ของรศ. ดร.นฤมล สุธรรมกิจ ที่ท่านได้หยิบยก Global issue เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนมาศึกษา โดยเน้นเศรษฐกิจสีเขียวพบว่า ข้อมูลพื้นฐานด้านการวิจัยที่มีอยู่น้อย มีแนวคิดแต่ยังขาดการถ่ายทอดให้เป็นแนวปฏิบัติ การพัฒนากรอบงานวิจัยเพื่อรองรับการกำหนดมาตรการภาครัฐในการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การประเมินระหว่างทางและลดขนาดกรอบโจทย์วิจัยให้เหมาะสม และการใช้ multidisciplinary approach เป็นความสามารถด้านการบริหารจัดการงานวิจัยของอาจารย์ ดูเรื่องการบริหารจัดการ CC และ Green Economy แล้วได้เรียนรู้ว่านักวิจัยทำงานยาก การบริหารงานวิจัยก็ต้องสามารถเชื้อเชิญคนที่ทำงานยากๆ ได้สำเร็จมาช่วยกันทำ “ฝัน” ให้เป็นจริง จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Vol 24

ปี 2562

thumbnail image
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 143

สวัสดีปีใหม่ 2562 ค่ะ ประชาคมวิจัยฉบับรับปีใหม่ยังคงเน้นเรื่องชุมชนและความยั่งยืน แต่เปลี่ยนมุมมามองอีกด้าน เป็นเรื่องอาหารกับการดูแลฐานทรัพยากร สร้างความมั่นคงอาหารชุมชน ผนวกกับวัฒนธรรมอาหารที่สอดรับกับภูมินิเวศ การสร้างคุณค่าใหม่และมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบพื้นถิ่น สะท้อนไปสู่การมีอาชีพเสริมที่มั่นคงของสมาชิกในชุมชน การสร้างโอกาสใหม่เพื่อรายได้จากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอาหารไทย ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นทั้งพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติและป่าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวโผล่วง เคารพและศรัทธา ดูแลรักษาอย่างสำนึกบุญคุณของผืนป่า ดินและน้ำที่เป็นทุนเริ่มต้นของชีวิต กระบวนการผลิตพืชจึงคล้อยตามความเชื่อและวัฒนธรรม เกิดเป็นความมั่นคงอาหารของชุมชน การเปลี่ยนแปลงที่มองฐานทรัพยากรเป็นทุน ทำให้การรักษาฐานทรัพยากรตามวิถีชีวิตดั้งเดิมต้องปรับให้มีแนวปฏิบัติของครัวเรือนและชุมชนร่วมกันเพื่อดำรงความอุดมสมบูรณ์และปลอดสารตกค้างในดิน ผักสดเป็นอาหารแนะนำเพื่อสุขภาพ แต่กระบวนการผลิตจนถึงผู้บริโภคมีความสูญเสีย (food waste) มาก สกว. ได้สนับสนุนการวิจัยเพื่อลดการสูญเสียในผักสดของมูลนิธิโครงการหลวง ทีมวิจัยได้เสนอแนวทางลดปัญหาและรูปแบบการสร้างมูลค่าเพิ่มของชิ้นส่วนผ้กที่ถูกตัดแต่ง หลายผลิตภัณฑ์ เมืองร้อยเกาะ… สมญาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งความรุ่งเรืองของอาณาจักรศรีวิชัยในอดีต มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งป่า เขา ที่ราบ ชายฝั่งและทะเล นำมาซึ่งภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่นที่บางส่วนแทบขาดการถ่ายทอดในปัจจุบัน สกว. สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี สืบค้นและบันทึกเพื่อการค้นคว้าต่อไป การสร้างเศรษฐกิจผ่านปากท้องที่น่าสนใจ 2 โครงการ โครงการแรกเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารไทยจากเมนูและพืชถิ่นชายแดนใต้สู่ผู้บริโภคชาวจีน อีกโครงการเป็นการรังสรรค์อาหารฟิวชันเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เน้นการสร้างการรับรู้ คุณค่าใหม่ และมูลค่าเพิ่มให้กับอาหารไทย คุณหมอภักดี สืบนุการณ์ โรงพยาบาลด่านซ้าย ย้อนรอยโรค สืบค้นสาเหตุว่ามาจากการบริโภค นำไปสู่การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาในพื้นที่แบบองค์รวม ปรับบทบาทของโรงพยาบาลจากปลายทางของผู้ป่วย เป็นต้นทางของการสร้างระบบอาหารปลอดภัย การบริหารจัดการงานวิจัยไปสู่การสร้างสตาร์ทอัพ... ผศ. ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ ถ่ายทอดแนวคิด ประสบการณ์ พร้อมข้อเตือนใจสำหรับอาจารย์หลายท่านที่งุนงงกับ disruption ในระบบวิจัย เด็กไม่มี ทุนวิจัยไม่มา ห้องปฏิบัติการไม่พร้อม... ท่านให้ข้อคิดเยอะที่ทำสำเร็จแล้ว ที่สำคัญคือทำสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด outsource เพื่อให้มีเวลาจัดการภารกิจที่สำคัญกว่า ดูแลลูกศิษย์และผู้ร่วมงานให้ดีที่สุด... สวัสดีค่ะ ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านมีความสุข ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ประสงค์ตลอดปี 2562 จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Vol 24

ปี 2562

thumbnail image
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 142

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้สรุปยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2561 รวมถึง 38 ล้านคน หรือ 2.6 เท่าของจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2551 ในปี 2562 ประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติเกิน 40 ล้านคน ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ถึงความสำเร็จของภาคเอกชน ภาครัฐ และนัยสำคัญของการท่องเที่ยวต่อเศรษฐกิจของประเทศ คำถามสำคัญคือ ความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจจากภาคอุตสาหกรรมบริการท่องเที่ยวจะสร้างโอกาส เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างสังคมเมืองและชนบทได้หรือไม่..อย่างไร ประชาคมวิจัยฉบับ ‘ท่องเที่ยวตามวิถีชุมชน’ มีคำตอบนำเสนอผ่านผลงานวิจัยที่ดำเนินการทั้งในพื้นที่ต้นแบบในกระบวนการขยายผลและขับเคลื่อนแล้วหลากมิติหลายชุมชน ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย งานวิจัยรูปแบบ Community-Based Tourism หรือ CBT เน้นชุมชนเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว ออกแบบโดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนที่จะเข้ามามีบทบาทพัฒนากระบวนการท่องเที่ยวบนพื้นฐาน ภูมิประเทศ ภูมินิเวศ ภูมิวัฒนธรรม ดำรง อนุรักษ์ ฟื้นฟูประเพณีที่เกี่ยวข้องในวิถีชีวิต และนำเสนอตอบสนองการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ หรือ experience tourism ที่เป็นกระแสของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ผลงานวิจัย CBT ดำเนินการหลายภูมิภาคของประเทศ อาทิ ภาคเหนือที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา การสร้างสรรค์ “เบตง” ให้เป็นเมืองต้นแบบการท่องเที่ยวชายแดนใต้ การก่อรูปพื้นที่ต้นแบบการค้าเชิงวัฒนธรรม “ทุ่งสง” รวมไปถึงรูปแบบการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนเชื่อมโยงไทย-ลาว- เมียนมา บนฐานจุดแข็งของแต่ละประเทศ อีกรูปแบบของงานวิจัยเชิงวิถีชีวิตคือ “การท่องเที่ยววิถีชาวนา” ดำเนินการ 30 พื้นที่ทั่วประเทศ เป้าหมายร่วมคือ การนำการท่องเที่ยวเข้ามาเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหา และหนุนเสริมเศรษฐกิจของชาวนาเพื่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก ครอบคลุม 4 ภูมิภาค ก่อเกิดพื้นที่ตัวอย่างการท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์ ข้าว-คน-คลอง ที่คลองโยง เชื่อมร้อยประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วิถีข้าว นำไปสู่การตามรอย ฟื้นพันธุ์ข้าวหอมนครชัยศรี พัฒนาต่อยอดเป็นขุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ รูปแบบการท่องเที่ยวที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เน้นการดำรงคุณค่าทางวัฒนธรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์ ท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการยกระดับศักยภาพของชุมชนให้เข้าใจห่วงโซ่คุณค่าและสานความสัมพันธ์ทุกระดับ ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการจัดการความรู้ ก่อเกิดเป็น creative tourism ที่มีความยั่งยืน คุณภราเดช พยัฆวิเชียร ให้ข้อคิดด้านการวิจัยว่า แม้โจทย์จะถูกกำหนดมาแล้วแต่นักวิจัยควรมีคำถามต่อเนื่อง/ต่อยอด มองภาพใหญ่ให้ออก มี critical question ถึงเงื่อนไขที่จะทำให้ผลการวิจัยนำไปใช้ได้ และตอบโจทย์ภาคเอกชนที่ต้องการใช้ความรู้ การวิจัยด้านการท่องเที่ยวยังมีอีกมาก ประชาคมวิจัยคงจะได้ทยอยนำเสนอในโอกาสต่อไป อำลาปีจอ และพบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com

Vol 24

ปี 2561

thumbnail image
ประชาคมวิจัยฉบับที่ 141

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ริเริ่มสนับสนุนการวิจัยด้านโลจิสติกส์ตั้งแต่สมัยที่ รศ. ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายอุตสาหกรรมและมอบหมายให ้ รศ.ดร.ดวงพรรณ กริชชาญชัย (ปัจจุบัน ศฤงคารินทร์) เป็นผู้ประสานงานชุดโครงการ การบริหารจัดการงานวิจัยด้านโลจิสติกส์ได้ปรับรูปแบบและขยายงานเป็นชุดโครงการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน หนึ่งในกลุ่มทุนวิจัยมุ่งเป้า อยู่ในความดูแลของ ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ รองผู้อำนวยการ สกว. ด้านการวิจัยมุ่งเป้า ตั้งแต่ปี 2555 และ ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช รับผิดชอบดูแลต่อมาตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน ประชาคมวิจัยฉบับนี้ นำเสนอผลงานวิจัยบางส่วนจากงานวิจัยโลจิสติกส์ทั้งหมดของชุดโครงการซึ่งมีความหลากหลายครอบคลุมมาก ดังปรากฏในบทสัมภาษณ์ รศ. ดร.ยงยุทธ์ แฉล้มวงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน กรณีตัวอย่างผลงานวิจัยโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศ ได้หยิบยก “บทเรียนการค้าและการขนส่งบนเส้นทาง R3A จีน - ลาว - ไทย ใครได้? ใครเสีย?” เส้นทาง R3A ติดปากคนไทยมานานพอสมควร แต่ผลกระทบยังไม่ได้มีการวิเคราะห์อย่างรอบด้านเป็นระบบ ประเด็นที่น่าสนใจคือ รัฐบาลไทยลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไปกับโครงการมาก เน้นความเชื่อมโยงด้านเส้นทางขนส่ง แต่ขาดความชัดเจนในการพัฒนาส่วนอื่น เพื่อให้ใช้ประโยชน์ R3A ได้เต็มศักยภาพ มีคำถามว่าผู้ประกอบการไทยและสังคมไทยจะใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นได้อย่างไร รัฐบาลจะพัฒนาระบบนิเวศช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เข้มแข็งภายใต้มาตรการและกลไกอะไรได้บ้าง เพื่อไม่ให้เมืองชายแดนไทยเป็นเพียง “ทางผ่าน” ของสินค้าและนักท่องเที่ยวเท่านั้น งานวิจัยโลจิสติกส์ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ เทคโนโลยีลดการขนส่งรถเที่ยวเปล่า นักวิจัยได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งรถเที่ยวเปล่าในรูปแบบ Web-Based Service สร้างรายการจับคู่ความต้องการที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับรถบรรทุกเที่ยวเปล่า กับสินค้าที่รอขนส่ง ขณะนี้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้นำไปใช้ในการบริหารจัดการรถบรรทุกนำเข้าและส่งออกสินค้าภายในพื้นที่เขตปลอดอากรของสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีเอกชน 5 รายเป็นบริษัทนำร่อง และ AOT มีแผนจะนำแพลตฟอร์มดังกล่าวไปใช้ในสนามบินอีก 5 แห่งทั่วประเทศ อีก 2 บทความจากงานวิจัยที่มุ่งศึกษาเพื่อคุณภาพชีวิตคนเมืองคือ มิเตอร์อัจฉริยะสำหรับมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่มีการพัฒนาต้นแบบจากความต้องการของผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการและ Food delivery โลจิสติกส์เพื่อผู้บริโภคเมือง ที่ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว เติบโตถึง 10 - 15% จากปี 2559 เป็นที่มาของงานวิจัยชิ้นนี้...รอติดตามผลการศึกษาวิจัยในปี 2562 ค่ะ ด้านประโยชน์สาธารณะ Healthcare logistics มีการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องในระดับมหภาคและระดับปฏิบัติการโครงการวิจัยได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อให้ระบบโลจิสติกส์ที่พัฒนาขึ้น ประยุกต์ใช้ได้รวม 3 ระยะคือ สั้น - กลาง และยาวดังรายละเอียดค่ะ มะม่วงนํ้าดอกไม้สีทอง เป็นผลไม้เกรดพรีเมียมในตลาดญี่ปุ่น แต่การขยายความต้องการฝั่งผู้ซื้อมีข้อจำกัดที่ราคาสูง เนื่องจากต้นทุนค่าขนส่งทางอากาศ นักวิจัยได้หาวิธียืดอายุการเก็บรักษามะม่วงนํ้าดอกไม้สีทองในสภาพดัดแปลงบรรยากาศโดยการบรรจุถุงพลาสติก White Ethylene Absorbing Bag; WEB เก็บที่อุณหภูมิ 13 องศาเซลเซียส สามารถยืดอายุการเก็บรักษามะม่วงได้ถึง 33 วัน รองรับการขนส่งทางเรือที่มีค่าใช้จ่ายเพียงครึ่งของค่าขนส่งทางอากาศ จึงคาดว่าจะมีโอกาสเข้าตลาดได้เพิ่มขึ้น เอกชนมีความเห็นอย่างไร? คุณเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย แนะนำให้นักวิจัยทำงานในพื้นที่ที่ผู้ประกอบการสามารถนำผลงานไปใช้ประโยชน์ได้เลย นักวิจัยเข้าไปร่วมทำวิจัยในโครงการพัฒนาโลจิสติกส์ของภาครัฐ เพื่อได้ผลงานวิจัยถูกนำไปใช้ได้จริง ผู้ประกอบการ ธุรกิจโลจิสติกส์รายใหญ่มีความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงและคำถามคือ ผู้ประกอบการขนาดเล็กจะเข้าไปมีส่วนเชื่อมต่อธุรกิจได้อย่างไร…ฝากไว้เป็นโจทย์วิจัยต่อไป สวัสดีค่ะ จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ chancharatr@gmail.com